Umakali

๑เดียวในดวงใจ

กันยายน 4, 2017

*** ทุกวลีคำตามตัวอักษรเป็นเรื่องเล่าจากความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน   *** 

ปฐมอารัมภบทบทความร้อยเรียงเคียงเรื่องเล่าขานที่มาในการรังสรรค์สร้าง มูรติพระมารดา๑เดียวในดวงใจ  *** องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี ***  ๑เดียวในสยามที่รังสรรค์สร้างขึ้นสถิตย์เป็น๑ชนนีเทวีประธานณ.เรือนชานมายาเทวี  ย้อนวันวานในอดีตฉันไม่เคยให้ความสนใจกับคำว่าศรัทธาในทวยเทพเทวดา ไม่ว่าจะเป็นเทวดา๑พระนามใดในตรีจักรวาลบอกเลยว่าไม่เคยสนใจเพราะอิฉันถูกเลี้ยงดูมาให้เคารพบูชาต่อ พุทธปฏิมา  องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า พักเจ้าแลจ้าวไว้ในจิตก่อนนอนถูกสอนให้กราบหมอนโบราณกล่าวไว้ว่าจะหลับฝันดี ตามคติแต่โบราณสอนลูกสอนหลานให้ปฏิบัติเช่นวิถีชนเราชาวสยามแต่โบราณนะเจ้าค่ะ …

เข้าทางว่าฝันดีค่ำคืนนั้นอิฉันฝันว่าเดินเท้าเข้าไปในพงไพรในพณาเจอผู้คนหน้าตาแปลกหนวดเครายาวบ่งบอกในความฝันว่า แขกหรือภารตะชนนั่นเองตลอดเส้นทางมืดมิดแทบจะไม่เห็นอะไรเลยตลอด๒ข้างทางที่๒เท้าอิฉันก้าวเดินไปจำได้ว่าทุกย่างก้าวมีแต่เสียร้องของสรรพสัตว์ ที่จำขึ้นใจเลยนั้นก้คือเสียงร้อง มอ ม๊อมอ คอ ควาย เสียงก้องหูแม๊ แม่แม๊ พอแพะ เคล้าเสียงมนตราอะไรสักอย่างดังกังวานแต่ไพเราะเสนาะหู ๒เท้าก็ยังคงต้องก้าวเดินต่อไปจนสุดท้ายของปลายทาง พบกับชายชราภารตะชนท่านนึงนุ่งผ้าสีแดงคล้ำเนื้อตัวเปรอะเปื้อนสีอะไรบางสิ่งประกอบกับกลิ่นสาบอะไรบางอย่าง ชายชราผู้นั้นเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวคำทักทายอิฉันว่าสิ่งที่อยู่ข้างในกำลังรอคอยท่านอยู่ พร้อมกับหยิบมีดโค้งเงื้อสุดแขนฟันลงบนคอแพะขาดตกลงสู่พื้นเบื้องหน้าอิฉันชายผู้นั้นยกร่างแพะที่เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาอิฉันตัวนั้นหันคอที่เลือดพุ่งรดตัวอิฉันพร้อมเอ่ยคำบอกเชิงสั่งกับฉันว่า ท่านจงเดินเข้าไปสิข้างในกำลังรอท่านอยู่ อิฉันก้าวเดินไปตามเส้นทางที่มีแสงประทีป๒ข้างทางจนสุดทางเดิน เบื้องหน้าทางตันนั้นพบกับประตูบานใหญ่สูงสุดตาแหงน บานประตูสั่นพื้นสะเทือนเหมือนมีสิ่งหนึ่งเขย่าจากภายในพร้อมจะพังบานประตูบานนั้นออกมาสู่ภายนอกที่อิฉันยืนจ้องมองอยู่  เสียงสวดมันตราภาษาแปลกหูแต่ไพเราะจับจิตดังขึ้นๆ โอม ชยันตี มังคลากาลี ภัทรกาลี กะปาลินี ดูรากา ศะมา ศิวาธาตรี สวาฮา สวาธา นะโม สตุเต  จนบานประตูบานใหญ่บานนั้นเปิดออกอิฉันเห็นเท้าที่กำลังก้าวผ่านธรณีประตูออกมาจากประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับแวววาวสวยงามระยิบตา อิฉันเงยหน้าขึ้นมองสุดตาแหงนเห็นเพียงข้อพระบาทที่อยู่เบื้องหน้า เสียงที่เปล่งออกมาดังสะท้อนก้องไปทั่วสถานกลางไพรในพณาจำไว้ให้ขึ้นใจเจ้านามแห่งข้าคือ  ศรี มหากาลี …

*** มูรติองค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี ***

จากวันที่ฝันเห็นเรื่องราวต่างๆที่ตื่นเต้นแฝงไปด้วยน่ากลัววันเวลาผ่านไปแต่ความคิดในจิตไม่เคยปล่อยผ่านอิฉันพยามที่จะสอบถามเรื่องพระนาม *** ศรีมหากาลี *** ว่าคือใครมีรูปลักษณ์เช่นไรมีจริงไหมมากมายหลายคำถามสับสนในจิต(คิดไปเองป่ะ) จะว่าไปกับแวดวงศรัทธาในยุคสมัยนั้นน้อยคนมากที่จะรู้จัก ถึงจะรู้แต่ก็ไม่ถ่องแท้แน่ชัดกับวลีคำเล่าจากปากคนนอกอารยวลีคำผู้คนเกิดนอกแดนดินถิ่นภารตะชนแม้แต่แขกแท้ๆด้วยชาติกำเนิดกับอาชีพจัดจำหน่ายเทวรูปยังให้คำกำจัดความไม่กระจ่างจิตสักเท่าใดนัก ไม่นานแต่ก็ร่วมปีเศษฉันก็ฝันเห็นหญิงชาวภารตะที่ทราบเพราะใส่สาหรีสีม่วมเข้มปักประดับตกแต่งด้วยเพชรพลอยหลากสีมาเอ่ยคำทักทาย จำขึ้นจิตกับดวงพระเนตรที่สะท้อนแสงดั่งแสงดวงตะวันสาดแสงผ่านกระจกเงาบานใหญ่สาดมาสู่ฉัน ร่างของหญิงที่ดุดันแต่งามด้วยพระพักตร์มากมายหลายพระกรแต่ละพระกรนั้นทรงศาสตราวุธครบทุกพระกรพระองค์ทรงประทับนั่ง(ค่อม)บนหลังพญาราชสีห์สีขาวหมอกแววตาแดงเสมือนสีโลหิตส่งเสียงคำรามกึกก้องตลอดเวลา อิฉันสะดุ้งตื่นพร้อมกับหยิบดินสอ-กระดาษขีดเขียนเส้นร่างที่เห็นในความฝัน จากภาพวาดสู่ความสำเร็จรูปลายเส้นประกอบกับภาพวาดสำเร็จรูปที่หาซื้อมาจากตลาดแขกไม่จกตาในยุคสมัยนั้นแลดูคล้ายกับหญิงชาวภารตะที่อิฉันเห็นในความฝัน อิฉันพยามที่จะรู้ว่าใครคือ มหากาลี จนในที่สุดคำคนก็คือคำบอกเล่าจะเล่าอะไรก็สุดแล้วแต่ปากสักแต่ว่าพูด จากค่ำคืนที่ฝันเห็นเป็นครั้งที่๒อิฉันวางสิ่งที่สงสัยในจิตกลับเปลี่ยนเป็นเริ่มลงมือกระทำในสิ่งที่เห็นแม้จะเป็นเพียงฝันแต่ฝันจะเป็นจริงได้ถ้าพึงลงมือกระทำให้เห็นเป็น จริง มูรติองค์พระมารดา ๑ เดียวในดวงใจขึ้นสถิตย์เป็นเทวีประธาน ณ.เรือนชานมายาเทวี …

*** ๑ภาพต้นแบบในการรังสรรค์องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี *** 

ภาพๆนี้เป็น ๑ภาพพระเทวีที่แขกอาชีพขายเทวรูปนำเข้าจากประเทศอินเดียกล่าวออกจากปากว่า มหากาลี ฉันเห็นภาพๆนี้ยิ่งมากข้อสงสัยว่าทำไมถึงยืนเหยียบอยู่บนชายทีมีตรีเนตรกลางพระนลาฏ แล้วหัวใครที่อยู่ในพระหัตถ์แห่งพระองค์ยิ่งมากเรื่องมากความเพิ่มความสับสนในจิตเข้าไปอีก บอกกับตัวเองว่าวางๆวางทุกสิ่งทั้งภาพและความคิดลงให้สิ้น เริ่มลงมือรังสรรค์ผ่านประติมากรอิฉันหยิบยกเครื่องประดับที่อยู่บนพระเศียรขึ้นเป็นต้นแบบ รูปหน้าผู้ชายที่ห้อยอยู่ที่พระกรเป็นแบบอย่างอ้างอิงหยิบยกส่งภาพๆนี้ให้ประติมากรผู้ปั้นเป็นแบบอย่าง รวมไปถึงเครื่องประดับบริเวณข้อพระหัตถ์ถึงพระพาหุ(ต้นแขน)ได้แบบอย่างดั่งเช่นในภาพ จะเสริมเพิ่มขึ้นก็ตรงนาคปัญจมีที่พระมารดาทรงสังข์พันข้อพระกร …

*** ๑ภาพต้นแบบในการรังสรรค์องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี ***

จากภาพๆนี้คือภาพต้นแบบของพระพักตร์แลดวงพระเนตรโดยรวมทั้งหมดรวมไปถึงเครื่องประดับที่อยู่บนพระวรกายของพระศรีตรีเทวี๑เดียวในดวงใจ อิฉันหยิบยกภาพๆนี้ขึ้นมาประกอบส่งต่อให้ประติมากรผู้รังสรรค์เป็นแบบอย่าง รวมไปถึงหนังเสือ มือที่ห้อยอยู่บั้นพระองค์(เอ็ว)โดยรวมทั้งหมดกว่า ๗๐% จะมาจากภาพๆนี้เพราะวลีคำฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวไว้เพียงว่าพระองค์มิได้งามเช่นสตีนางใดในจักรวาล แต่สิ่งที่บ่งชี้ชัดว่าเป็นพระองค์คือความสง่างามแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม แววพระเนตรที่มากดุดันแต่แฝงถึงความการุณ สิ่งที่จะสื่อในเทวีลักษณ์ว่าเป็นพระองค์นั้นจะประกอบด้วย๓สิ่งนั้นก็คือ ๑. ตรีเนตรกลางพระนลาฏ ๒. พระชิวหา(ลิ้น)ปลายงอนขึ้นเล็กน้อยความยาวเพียงครึ่งระหว่างขอบพระโอษฐ์ล่างกับปลายพระหนุ(คาง)  ๓.พระทาฐะ(เขี้ยว)ซ้ายแลขวาบิดออกข้างความยาวไม่เกินของพระโอษฐ์ล่าง คำจำกัดความที่ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกำหนด การขึ้นแบบพระพักตร์และสัดส่วนของมูรติเทวีประธานในครานั้น … 

*** ๑ภาพต้นแบบในการรังสรรค์องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี *** 

ภาพๆนี้เป็นภาพโดยรวมของศาสตราวุธรวมไปถึงพระดรรชนี(นิ้วชี้)ที่ทรงจักร พระหัตถ์ที่ทรงจับศาสตราวุธทั้งหมดรวมไปถึงการแยกจำแนกรัศมีของพระกรรวมไปถึงพระกัประ(ศอก)ขององค์มูรติ อิฉันใช้ภาพๆนี้เป็นองค์ประกอบหลักสำคัญทั้งหมดก็ว่าได้องศาของพระกรได้รูปที่ส่งให้เทวลักษณ์สง่างาม ด้วยความไม่รู้ในยุคนั้นต้องอาศัยภาพวาดสำเร็จรูปมาประกอบกันหลายภาพมากแต่ละภาพมีความชี้ชัดที่แตกต่างกันไป หารผสมผสานจากภาพวาดหลายภาพมารวมกันนั้นหาใช่ข้อดีเพียงอย่างเดียวไม่ การสื่อความหมายรวมไปถึงความเข้าใจของอิฉันกับประติมากรเข้าใจต่างกันด้วยความคิดในจิตไม่ตรงกันก็บังเกิดขึ้น แล้วก็เป็นไปอย่างที่คิดประติมากรผู้ปั้นเปลี่ยนเทวลักษณ์เป็นทรงประทับนั่งเอี้ยวข้างบนหลังพญาราชสีห์ ด้วยเหตุที่ว่าดูสง่างามดุจดั่งนางพญามากกว่าที่จะทรงนั่งคล่อมบนหลังพญาราชสีห์นั่นเอง ล่าช้าไปกว่ากำหนดร่วมเดือนเศษเนื่องจากต้องแก้ไขหันกลับปั้นใหม่นั่งคล่อมหลังพญาราชสีห์ดังเดิมมังค่ะ …

*** ๑ภาพต้นแบบในการรังสรรค์องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี *** 

หลายกระแสกับข่าวโคมลอยตามลมปากของคนในแวดวงมายาแสร้งศรัทธาลอยลมให้ได้ยินข่าวการรังสรรค์สร้างคัดรูปแบบของสำนักอื่นขึ้นเป็นของตนเอง คนเราไม่ใช่แปลกที่ไม่ได้ร่วมพายยังเอาปากถ่วงน้ำ สมองมีปัญญามีฝีมือขีดเส้นสายมีจึงไม่เคยคัดลอกรูปแบบองค์มูรติของใครอีกประการรสนิยมคนเรานั้นต่างความชื่นชอบก็ต่าง จะหยิบยกอิงแบบอย่างใครมาเป้นของอิฉันไม่เคยมีในสมองเพราะอิฉันเองยังมิชอบให้ใครมาคัดลอกในสิ่งที่รังสรรค์ขึ้นซึ่งงานเทวศิลป์ ๑ผู้รักษ์ไว้ซึ่งศิลปะ มิเช่นนั้นความเป็นอิฉันองค์ประกอบแห่งศิลป์งามคือปัจจัยสำคัญในการรังสรรค์ ได้ช่างปั้นที่มีคุณภาพฝีมือดีในยุคสมัยนั้นจำได้ว่าศิลปินผู้นั้นชื่อ อาจารย์บัง วิทยาลัยช่างศิลป์สอนภาควิชาประติมากรรมไทย เป็นผู้ปั้นให้ใช้เวลาในการปั้นอยู่ร่วม ๔เดือนเศษเสียเวลากับการทำงานปรับแบบเปลี่ยนท่าประทับนั่งใหม่ด้วยความหวังดีของผู้ปั้นเสาะแสวงหาภาพตามตลาดแขกได้ภาพนั่งเอียงข้างบนหลังพญาราชสีห์ซึ่งไม่ตรงตามที่เสวนาไว้แต่แรก จึงทำให้เสียเวลาปรับเปลี่ยนหุ่นดินใหม่ทั้งหมดอีกร่วมเดือนเศษจนเป็นที่ถูกใจ มากมายหลายสิ่งว่าด้วยตามลำดับขั้นตอนเตรียมเททองหล่อผ่านขั้นตอนการถอดพิมพ์ การพอกหุ่นจนแล้วเสร็จพร้อมเททองหล่อมูรติ องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี …

จากภาพจะเห็นถึงความเรียบง่ายได้ใจความว่าของบูชาที่เรียกกันติดปากว่า บวงสรวง ไม่มีอะไรมากมายให้วุ่นวายจิตจำได้ว่ามีน้ำ ผลไม้ใส่ถาด ขนมถ้วยฟู ขนมน้ำดอกไม้ มะพร้าวอ่อน จุดธูปเทียนบอกกล่าวเทพเทวาในสถานที่ของโรงหล่อเท่านี้จริงๆทุกอย่างก้สำเร็จสมปรารถนาจราบจนทุกวันนี้ เรียบง่ายได้ใจความๆว่าไม่มักง่ายเป็นพออิฉันเชื่อว่าถ้าเราใจบริสุทธิ์อะไรไม่ต้องมากด้วยสิ่งของพลีถวายเทพเทวา เพราะฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวไว้ว่าไม่มีสิ่งใดจะมากค่าเท่าใจตนเป็นรากฐาน เมื่อรากดีทุกสิ่งก็จะสำเร็จสมปรารถนา หากใจเราไม่คงไว้ซึ่งคำว่าบริสุทธิ์อย่าว่าแต่สร้างพุทธปฏิมาแลเทพเทวาเลย การใช้ชีวิตประจำวันก็ยากที่จะสำเร็จเจริญก้าวหน้าเพราะความโลภเข้าครอบงำจิต กิเลสครอบงำใจ ไม่ต้องมากมายด้วยเวทย์ ไม่ต้องมากมายด้วยศาสนว่าด้วยพิธีกรรม ทุกสิ่งบนผ้าขาวใจขาวในกายา๒มือพนมขึ้นเหนือศีรเท่านี้ก็สำเร็จผ่านพ้นไปได้ด้วยดี …

 

ยุคสมัยนั้นไม่มากด้วยศาสนว่าด้วยพิธีให้มีกรรมติดตัวจริงๆนะมังค่ะ แม้กระทั่งลำดับขั้นตอนการหยิบจับเครื่องเงิน ทอง นาค ก็หยิบจับขึ้นสู่เบ้าหลอมทีละคนขอเพียงกายาปราศจากกลิ่นไอแห่งการเบียดเบียนชีวิตสัตว์เท่านั้นจริงๆ ไม่ต้องอิงศาสนว่าด้วยพิธีให้เป็นกรรมอันใดจิตเราคิด เรารังสรรค์สร้างใจเราบริสุทธิ์ไม่เรียกร้อง ไม่ลวงหลอกใคร ไม่ขูดไม่รีดไถทรัพย์ใครมาร่วมสร้างเท่านี้ก็เกิดพอ บุญนำพาจิตสร้างกุศลไพศาลร่วมกันบอกกล่าคนในเรือนเน้นนะค่ะว่าคนในเรือนชานมายาเทวีไม่กีเพลาผ่านครบถ้วนเกินยอดจำนวนในการจัดสร้างด้วยซ้ำไป แต่ยอกการรังสรรค์สถานพระเทวีสถิยก็จ่อเข้าแถวยาวเหยียดเป็นสายป่านจะไม่ให้ขาดหลุดลอยไปในนภากาศต้อง เพียนกระทำให้แล้วเสร็จทันมูรติพระเทวียาตรากลับเข้าเรือนมังค่ะ … 

คนแล้วคนเล่าไม่ต้องเล่าอ้าวสิ่งใด อิฉันเอ่ยปากว่าจะสร้างมูรติพระมารดา๑เดียวในดวงใจยอดรวมทั้งสิ้นที่จะต้องจ่าย ๔๕๐,๐๐๐ บาท ถามว่าเป็นทรัพย์เกินกำลังไหม บอกเลยว่าเกินกำลังอิฉันที่สุดแล้วจริงๆ  ยุคนั้นพ้นวันเด็กมาได้ไม่นานนักใช้คำนำหน้าว่านายผ่านมาก็ไม่กี่ปีเห็นจะได้เริ่มลงมือปั้นองค์มูรติพระมารดา ๑เดียวในดวงใจตรงกับวันอังคารที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๓ ตรงกับวันขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๙ ปีมะเมีย เรียกว่าเวลาในการปั้นนั้นเรียกว่าน้อยมากช่วยนั้นเป็นช่วยใกล้ปิดภาคเรียนช่างปั้นจึงมีเวลาน้อยมากไหนจะสรุปคะแนนสอบของนักศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป์ ใช้เวลาลงมือปั้นในช่วงเย็นวันละนิดวันละหน่อย ผิดแบบปรับแต่งใหม่จนแล้วเสร็จทุกขึ้นตอนเตรียมเททองหล่อในวัน อาทิตย์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๓ ตรงกับวันแรม ๖ ค่ำเดือน ๙ ปีมะเมีย เช้าที่สดใสอารมณ์ดีเตรียมตัวเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามุ่งหน้าสู่โรงหล่อ ประกอบพิธีเททอง องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี …

ถือฤกษ์วันแม่แห่งชาติเป็นวันเกิดกำเนิดพระมารดาแห่งศรีตรีจักรวาลไม่เคยถามความว่าด้วยฤกษ์ยามกับใครสมาคมไหนทั้งสิ้น ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าววันดีของแม่แห่งสยามวันนั้นก็เป็นวันดีของแผ่นดิน อิฉันจำได้ว่ารับอรุณรุ่งในวันนั้นฟ้าสดใสตลอดเส้นทางเดินมุ่งหน้าสู่โรงหล่อน้ำจากฟ้าพรั่งพรูลงมาพอประพรมให้มากมงคล ไม่ได้งมโข่งดักดานในสิ่งใด ฝนมาดินชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำเมล็ดพันธุ์พืชต่างเจริญเติบโตผลิยอดแตกใบสวยงามเคียงดิน อิฉันยึดกฎของธรรมชาติรอบข้างเป็นหลัก เพลาเททองเสียฟ้าแลเสียฝนสดับหูฟังแล้วพาเพลินจิตเป็นยิ่งนัก มโนจิตคิดไปเองว่าฟ้ารับรู้ถึงเทวีฤกษ์ เท่านี้ก็สุขใจ …

ทุกลำดับขึ้นตอนวันเททองหล่อมูรติองค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี เสร็จผ่านพ้นไปได้ด้วยดีรอร๊อและรอให้หุ่นเย็นในอุณหภูมิปกติ จนในที่สุดก็ลงมือทุบเอาปูนชั้นนอกออกแสงทองสาดส่องเบื้องพระพักตร์พระมารดา๑เดียวในดวงใจสวยงามที่สุด ปติบังเกิดน้ำตาไหลมิใช่องค์เข้าแต่อย่างใด เป็นปิติที่เกิดขึ้นจากภายในสู่ภายนอกวินาทีนั้นอิฉันสัญญาใจกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าว่า ลูกจะก้าวเดินบนเส้นทางแห่งมหามายาด้วยสติ เพียรตนด้วยปัญญา ไม่ยกตัวขึ้นเทียมฟ้า ไม่นำพระนามแห่งพระองค์มาบังหน้าแสร้งหากินกับคนที่เกิดกำเนิดมาศรัทธาในพระองค์ ขอเพียงให้สำเร็จสมดั่งจิตปรารถนาในหน้าที่การงาน นำพาทรัพย์จากอาชีพมารังสรรค์สิ่งต่างของพระองค์ด้วยตนเอง สัญญาใจที่อิฉันท่องไว้เสมอมาตราบจนทุกวันนี้ก็ยังท่อง ท่องและกระทำทำจนเป็นนิสัย ซึมซับในกมลสันดานความเป็นฉัน เพลิงในมายา … 

ใจจดใจจ่อกับสิ่งที่กำลังจะเป็นจริงนับวินาทีรอสิ่งที่เห็นจากผลงานรังสรรค์พระเทวี๑เดียวในดวงใจจากดินผ่านขี้ผึ้งจนกลายเป็นเนื้อทองเหลืองอยู่เบื้องหน้า ทุกสิ่งว่าด้วยทุกขั้นตอนการรังสรรค์มูรติฟ้าเรือนชานมายาเทวีคือความเพียรให้ได้มาซึ่งความจริงจากความฝัน อิฉันเชื่อว่าทุกคนมีฝันด้วยกันทุกคนฝันในขณะกายาหลับปิดเปลือกตาลง กับฝันกลางวันแสกๆท้าแสงแดดจร้าก็คือฝัน ฝันจะเป็นจริงต้องกระทำ ทำในสิ่งที่รักให้กลายเป็นรักษ์สุดท้ายลักก็จะจางหายไปจากใจ ถ้าใจเราศรัทธาต่อสิ่งใดพึงใส่ใจในสิ่งที่เราศรัทธา ใครจะมองเป็นเรื่องงมงาย หากเราเงิยหน้าขึ้นมองฟ้ากราดสายตามองให้กว้างไกลอิฉันเชื่อว่าทุกสิ่งที่เรียกว่าภาพวาดแห่งจักรวาลที่ธรรมชาติรังสรรค์สร้างไว้เคียงคู่ระบบสุริยะจักรวาลรอบข้างเราทุกคน หากเงยหน้าขึ้นมองภาพวาดนั้นในยามกาลราตรีความระยิบระยับบนท้องนภากาศจะมีพลังงานบางสิ่งที่สวยงามกับการหักเหของแสง เมื่อแสงสาดส่องในความมืดกระทบกับสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าวัตถุทึบแสง แสงระยิบนั้นๆคือพลังแห่งจักรวาลกำหนดไว้ให้เป็นแบบอย่าง ธรรมชาติกำหนดไว้ให้เป็นครูในทุกศาสตร์ว่าด้วยศิลป์ธรรมชาตินำพา สิ่งนั้นจะไม่นำยาสู่ความงมงายหากเราพิจารณาจิตตนด้วยความเป็นจริงที่กระทำ …

 

ยามเช้ารับอรุณผ่านสายเข้าเที่ยงผ่านเลยยามบ่ายใกล้ยามเย็น หุ่นเย็นได้ทีมูรติพระเทวีบังเกิดกับสายตาดาวเรืองทองอร่ามรองโรยโปรยรอบองค์มูรติพระมารดา๑เดียวในดวงใจ ความสำเร็จมาพร้อมกับความสวยงามก่อนจากกันในวันนี้ก้มกราบศีรแนบพระธรณีสถาน ๒มือหยิบจับธรณีในบริเวณที่พระเทวีบังเกิดติดกลับเรือน ความเชื่อส่วนตนสิ่งที่กำเนิดคือความมงคลพื้นดินแห่งความมงคลนั้นพึงนำพามาเป็น ๑ของมงคลบรรจุลงใต้ฐานพระเทวีสถิตย์ในลำดับต่อไป มงคลชีวิตกำลังสาดแสงทองสาดส่องมาสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอิฉันเริ่มจากความฝันสู่ความเป็นจริง …

ความสำเร็จจากพลังศรัทธาเล็กๆในสยามเริ่มต้นขึ้นกับการรังสรรค์สร้างมูรติพระเทวี๑เดียวในดวงใจขึ้นสถิตเป็นเทวีประธาน ๑ความสำเร็จ ๑ความภาคภูมิใจมาพร้อมกันอย่างที่เคยกล่าวไว้ให้ฟังเสมอว่าในยุคสมัยนั้นยากที่จะหามูรติองค์ใหญ่ขนาดเท่าคนจริง แม้มูรติพระมารดาองค์นี้จะสูง ๑๓๑ เซ็นติเมตรจากยอดพระเศียรถึงปลายประบาท ความสูงทั้งหมดจากยอดพระเศียรถึงฐาน ๑๓๑ เซ็นติเมตรเช่นกัน ความกว้างจากศาสตราวุธซ้ายถึงขวาก็ ๑๓๑ เซ็นติเมตรเช่นกัน จะซื้อหาก็ไม่มีแขกจัดมาจำหน่ายก็ต้องจัดสร้างขึ้นบูชา หลายคนถามเพราะอะไรทำไมต้องสร้าง สร้างไว้บูชาสิค่ะหาได้สร้างไว้ประกอบกิจการพาณิชย์แต่อย่างใด ก็ยังไม่วายที่จะมีคนลักพระเทวี๑เดียวในดวงใจไปสร้างขายจัดจำหน่ายภายใต้วลีคำ แม่พระเพลิงอนุญาตให้สร้างจำหน่ายหารายได้สร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารบ บางจำพวกก็เอาความเท็จไปเล่าขานต่อกันต่างๆนาๆ เรื่องจริงไม่ต้องอิงนิยายเสริมความคอยแก้ข่าวให้เป็นจริง ใจเราๆรู้ว่าเราทำเราคิดอะไรปากคนมากความต่อให้สาวความให้ยืดมันก็ยืดยาวด้วยคำแถเล่าความเท็จเสียเวลาเปล่า ท่องไว้ในจิตเสมอมาทรัพย์เรามิได้ขอทรัพย์ใครมาร่วมสร้างหาได้สนใจกับกระแสเท็จที่ผ่านเข้าหูไม่เว้นวันตราบจนทุกวันนี้ยังไม่จางหายกับลมปากคนกล่าว หลายคนมา หลายคนเห็นไม่แปลกที่หลายคนอยากที่จะมี แต่ที่มีหาใช่คนรักแลรักษ์ในพระเทวีตรงกันข้ามต่างลักในพระนามแห่งพระศรีตรีเทวีเรือนชานมายาเทวีทั้งสิ้น มองบนพร้อมเชิดหน้าใส่ทุกวลีคำ เท็จ … 

คำว่า๑เดียวในดวงใจยังไงก็คือ๑เดียวในดวงใจของอิฉันเสมอมาตราบจนทุกวันนี้ก็ยังคงเป็น๑เดียวในดวงใจมิเคยเปลี่ยนแปลง ทุกวันนี้กับคำว่าศรัทธานานาจิตเป็นสังกะตังยากจะสางให้สลวยสวยเก๋ได้เพราะยุคนี้นิยมสร้างตนขึ้นเสมอเหมือนเทพเทวามหาเทวีด้วยกันทั้งสิ้น กระแสศรัทธานำพาความศรัทธาสู่ลานเล่ค้าเป็นพาณิชย์หลายคนจึงมองพลังแห่งศรัทธาเป็นเรื่องงมงาย แต่สำหรับอิฉันไม่เคยมีคำว่างมงายมาสู่ตนและคนในเรือนชานมายาเทวีด้วยวลีฟ้านำพาให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความเป็นจริง อิฉันไม่เน้นศรัทธาล่าฝันและไม่เคยพกพาจำพวกล่าฝันเข้ามาสู่เรือนชานหากเราเสวนากับคนจำพวกศรัทธาหาฝันยากจะเป็นจริง จริงอยู่ทุกคนมีศรัทธาแต่ศรัทธาที่มีในแต่ละคนย่อมมีต่าง ต่างที่มา ต่างความคิด ต่างด้วยการกระทำ ทำในสิ่งที่เป็นจริงด้วยการหยิบจับสัมผัสได้ด้วยความเพียรความสำเร็จจะตามมา และทุกวันนี้ที่สำเร็จในความเป็นฉัน ฉันคือฉัน …  เพลิงในมายา 

Only registered users can comment.

  1. Pingback: cowsunite

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น