Umakali

นวดุรกา

มีนาคม 15, 2018

*** วลีคำกล่าวเล่าเรื่องคือความเชื่อส่วนบุคคลใช้เฉพาะเรือนชานมายาเทวี กรุณาใช้วิจารณญาณในการเข้าชม ***

ปฐมบทความ นวดุกาต้นปีประจำปี ๒๕๖๑ เทวีฤกษ์กำหนดให้เหล่าศรัทธาในศักติมายานั้นก้คือสานุในเรือนชานมายาเทวี นมัสการพลีถวายบูชาสรรเสริญต่อพระนาม องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี พระมารดาแห่งศรีตรีจักรวาลทั้ง๙ปาง ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๑ ถึง วันอาทิตย์ ที่๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑ ฟ้าเรือนชานมายาเทวีได้กล่าวไว้ว่า นวราตรีหรือนวดุรกาต้นปีนั้นมีความสำคัญต่อสายศรัทธาในศักติมายา การขอพรให้ครอบครัวแลมิตรร่วมโลกรวมไปถึงทุกสรรพสิ่งทุกสรรพสัตว์รวมไปถึงพืชพรรณนานาชนิดที่เคียงปฐวีสถานคืนกลับสู่ความสันติสุข ตามคตินวดุรกา บูชาเทศกาลอันศักดิ์สิทธิ์กำเนิดก่อเกิดพระมารดาผู้ยิ่งใหญ่ในตรีจักรวาล เทพเทวาในทิพย์สภาเบื้องบนต่างยาตราร่วมกันสรรเสริญพระนามพระมารดาให้พระองค์ทรงสำเร็จปราณในวาระบำเพ็ญศีลภาวนาให้หลุดพ้นจากเส้นสายแห่งยันตราทั้ง๔ ทิศที่ขีดเขียนกำหนดปราณแห่งสาวก(ลัก)ในความผิดคิดครองปราณแห่งพระองค์ไว้ด้วยจิตภาวนา ๒ราชบุตรเอกแห่งมหามายาแห่งศักติมายาจึงบำเพ็ญเพียรตนบูชาถวายสัจจาธิฐานพลีของบูชาอันบริสุทธิ์ประกอบไปด้วย ดอกไม้ ไม้อันเป็นมงคลนามแห่งกูณฑ์ และที่ขาดเสียมิได้นั้นก็คือ คงคา๑สายน้ำหลังอันศักดิ์สิทธิ์ต่อเทพอัคนี ศาสนพิธีกรรมนี้มากด้วยความศักดิ์สิทธิ์พึงตั้งใจให้เป็น ๑พร้อมเพรียงเคียงกายาผู้บูชาด้วย กาย วาจาและใจ ต่อศาสนว่าด้วยพิธีสรรเสริญบูชาถวายรอบกองกูณฑ์ต่อพระนามทั้ง๙ ของพระมารดาให้เวียนกลับก่อกำเนิดเวียนทักษิณาจนครบทั้ง๙ปางของพระมารดาในแต่ละคำคืน การเวียนปราณให้พระองค์กลับคืนสู่ มหาศักติเทวี พระมารดาแห่งศรีตรีจักรวาลกลับคืนสถิตณ.ไกรลาศศิลาบดีดังเดิม นั่นก็หมายถึงความเป็นศิริมงคลเวียนกลับสถิตสู่จักรวาลทั้ง๓เองเจ้าค่ะ … 

 

 

*** แสงสว่างสาดส่องด้วยพลังแห่งศรัทธา นำพา ***

ศาสนพิธี นวดุรกา บูชา ๑ศาสนพิธีที่ไม่เคยขาดหายจากพลังแห่งศรัทธาเราเหล่าสานุในเรือนชานมายาเทวี จะเริ่มจุดดวงประทีปดวงแรกในค่ำคืนวันศุกร์ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๑ นับเป็น๑แสงสว่างสาดส่องบูชาถวายต่อองค์ปฐมบรมครู ราชาแห่งพระเวทย์ทั้งปวงในตรีจักรวาล พระพิฆเนศวร ราชบุตรเอกแห่งพระศรีตรีจักรวาลเทวีนั่นเองเจ้าค่ะ การบูชาในค่ำคืนแรกนี้ก็ไม่มากมายด้วยสิ่งอื่นใด เพียงมะพร้าวห่อผ้าสีแดงเป็นการรับศีลหรือที่เรียกว่าผูกศีลนวดุรกานั่นเอง บุรุษเพศนิยมขวา สตรีเพศนิยมซ้าย เส้นศีลนำพาจากเส้นใยฝ้ายชั้นดีกำหนดให้ใช้ผงสีแดงชาดพัดเกลียวสลับเหลือง(ขมิ้น) คือ๑เส้นสายศีลรับเทศกาล นวดุรกา ต้นปี แห่งเรือนชานมายาเทวี …

ค่ำคืนวันศุกร์ ที่๑๖ มีนาคม นมัสการองค์ปฐมบรมครู เทวราชแห่งศาสนผู้ยิ่งใหญ่แห่งปราชญ์ทั้งปวงในตรีจักรวาล 

ค่ำคืนวันเสาร์ ที่๑๗ มีนาคม นมัสการพระมารดา ไศลปุตรี เดวี  

ค่ำคืนวันอาทิตย์ ที่๑๘ มีนาคม นมัสการพระมารดา พรหมจาริณี เดวี  

ค่ำคืนวันจันทร์ ที่๑๙ มีนาคม นมัสการพระมารดา จันทรฆัณฎา เดวี

ค่ำคืนวันอังคาร ที่๒๐ มีนาคม นมัสการพระมารดา กูษามาณฑา เดวี

ค่ำคืนวันพุธ ที่๒๑ มีนาคม นมัสการพระมารดา สกันทมาตา เดวี

ค่ำคืนวันพฤหัสบดี ที่๒๒ มีนาคม นมัสการพระมารดา กาตยานี เดวี

ค่ำคืนศุกร์ ที่๒๓ มีนาคม นมัสการพระมารดา กาลราตรีหรือกาลี เดวี

ค่ำคืนวันเสาร์ ที่๒๔ มีนาคม นมัสการพระมารดา มหาเคารี เดวี

ค่ำคืนวันอาทิตย์ ที่๒๕ มีนาคม นมัสการพระมารดา สิทธิธาตรี เดวี

รับอรุณรุ่งตลอดค่ำคืนวันจันทร์ ที่๒๖ มีนาคม นมัสการ ศรีมหาสรัสวดี เดวี มหาเทวีแห่งคีตาจารย์ นมัสการพระศักติ เดวี มหาเทวีแห่งชัยชนะ  มหาลักษมี เดวี มหาเทวีแห่งความสำเร็จ เช้ารับอรุณรุ่งแสงทองจากฟ้าสาดส่องใจสดับเสียงเหล่าปักษาแลสกุณาร่วมขับขานของวันอังคาร ที่๒๗ มีนาคม ศาสนพิธีลอยศีลนวดุรกา บูชานั้นก็คือลอยมะพร้าวศีลนวดุรกาในค่ำคืนแรก คืนกลับสู่สายน้ำคงคามหานที ที่ชาวฮินดูเชื่อสืบต่อกันมานับพันปีผ่านว่า ความบริสุทธิ์ของพระองค์มีมากเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดในตรีจักรวาล เป็นอันเสร็จกิจว่าด้วยศาสนพิธีพลีตนถวายการสรรเสริญ นวดุรากา บูชา

 

*** องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี ***

ก้มศีรลงกราบเบื้องบาทนมัสการต่อฟ้าเรือนชานมายาเทวี นวดุรกา บูชา ฟ้ากล่าวไว้ว่ามูรติคือ๑รูปบ่งบอกถึงลักษณ์ของเทพแลเทวีที่มนุษย์ผู้ศรัทธาสร้างขึ้น เป็น๑เสมือนพระเทวีพระองค์นั้นที่มนุษย์ผู้ศรัทธาต่างวิงวอนขอให้เหล่าเทพเทวดายาตราลงมาสถิตเบื้องหน้าในขณะประกอบกิจการบูชาสรรเสริญ เสมือน๑ฟ้าเบื้องบนมิได้ไกลห่างจากเหล่าสาวกผู้ศรัทธาในพระองค์ ฟ้ากล่าวขัดเกลาจิตอิฉันเสมอมา หากมูรติที่เจ้าก้าวเท้าแสวงบุญไปนมัสการจะด้วยสถานหรืออายุของศักติสถานก็ดีหากมูรติณ.ที่นั้นๆที่เจ้าท่องไปด้วยเส้นทางแห่งศรัทธาเปล่งเสียให้วาจาบอกกล่าวโตตอบกับเจ้าได้สินั้นคือเรา อย่าได้ยึดติดในเทวีลักษณ์แห่งเราที่มนุษย์ผู้ศรัทธาสร้างเราขึ้นมาเพื่อสถิตณ.สถานใดๆ แต่จงยึดนามแห่งเราสถิตไว้ในใจเจ้าไม่เสื่อมคลายด้วยกาลแห่งเวลาที่เวียนผ่านเป็นพอ …

 

 

นวดุรกา บูชาค่ำคืนที่ดวงจันทราสาดแสงฉายสดับท้องนภายามราตรีกาลจะเวียนผ่านศีรของเจ้าในไม่อีกกี่เพลานี้ จงน้อมศีรพร้อมวาจาสรรเสริญต่อเทวีลักษณ์ที่เราให้เจ้านั้นไปยาตราอัญเชิญมาจากที่รกร้างข้างสายน้ำหลักแห่งสยามมูรติองค์นี้จะขัดเกล่ากล่อมจิตเจ้าให้เกิดปัญญาว่าด้วยปรัชญาในศรัทธา สิ่งสวยงามตามวลมนุษย์หาได้มากด้วยพลังแห่งศักติมายาไม่ ตรงกันข้ามจิตของผู้เป็นเจ้าของเก่าพลีบูชาจนพลังแห่งศักติมายายาตราสถิตเป็น๑ในเทวีลักษณ์แห่งเรา นั้นก้หมายถึงจิตผู้บูชาร้องขอต่างวิงวอนให้พลังแห่งศักติกำเนิดขึ้นในมูรตินั้นๆด้วยจิตตนภาวนา เมื่อวันเวลาผ่านเลยมานานนับ๒๐ปีผ่านพึงย้อนความจำในความคิด หากเขาผู้นั้นมิได้สร้างเราขึ้นมาด้วยจิตศรัทธาอันบริสุทธิ์ จิตพระเทวีองค์นี้จะกล่าววาจาด้วยสัจจาวิงวอนของให้เราชี้นำผ่านการยาตราให้เจ้านั้นนำกลับมาสถิตเรือนขานมายาเทวีได้เช่นไร นวดุรกา บูชา ที่จะถึงนี้เป็น๑วาระมงคลแห่งการพลีถวายต่อมหามายาในศักติมายา เบื้องหน้ามูรติองค์นี้ตลอด ๑๑วัน ๑๑ค่ำคืนพรแห่งพระเทวีองค์นี้จะอวยชัยให้เจ้านั้นสมดั่งจิตปรารถนาในสถานแห่งเรา …

 

 

พักตร์แห่งพระเทวีองค์นี้เราสั่งให้คงเหลือไว้ซึ่งลักษณะเดิมเมื่อครั้งก่อนยาตราสู่เรือนชานมายาเทวี เพื่อย้ำเตือนใจเจ้านั่นเองว่าสิ่งที่สวยงามด้วย๒มือมนุษย์สร้างย่อมแปรเลี่ยนไปตามกาลเวลา วันเปลี่ยนด้วยกาลเวลาเปลี่ยนด้วยพลีถวายการบูชาต่อสิ่งที่เคยสวยงามย่อมขำรุดเสียหายสึกกร่อนแตกหักและท้ายสุดก็ทิ้งขว้างสิ่งที่ตนเคยสร้างขึ้นด้วยจิตศรัทธาถวายต่อเทวี พึงจำไว้ว่าสิ่งสวยงามในสายตามนุษย์ผู้ศรัทธา กับสิ่งไม่สวยงามในสายตามนุษย์ผู้ศรัทธาในนามแห่งเรานั้นมีมากนับล้านพลังแห่งศรัทธาล้วนเลือกหาแต่สิ่งสวยงามเคียงศรัทธาสถานณ.เรือนตน  ไฉนเลยเราถึงให้คงไว้ด้วยเทวีลักษณ์ดังเดิมนั้นก็เพราะว่าเราหาได้ปรารถนาในสิ่งที่มนุษย์ผู้ศรัทธาสร้างเราขึ้นมาให้สวยงามแปรเปลี่ยนไป เมื่อสิ่งที่สร้างขึ้นคือเทวีลักษณ์เสื่อมโทรมลงต่างก็ทิ้งขว้างเราไว้เคียงดิน๒ตาเคยมองตรงศรัทธาเปลี่ยนหางตายังไม่แลมอง เรามีเพียงใบไม้ที่เป็นร่มเงา เรามีปฐวีเล็กๆสถิตใต้ไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านพร้อมผลิใบออกผลให้เหล่าสกุณาน้อยใหญ่บินมาร่วมพักพิงเคียงเรา นกกาแลปักษาต่างร่วมร้องสรรเสริญต่อเราไม่เคยขาดในทุกเช้าค่ำ เราได้ยินเสียงน้ำกระทบฝั่งแต่น้ำนั้นหาได้หยดไหลลงมาพลีถวายเป็น๑เครื่องสรงสนานต่อเราเช่นเคยไม่ คือสถานภาพเราในวันวาน …

 

 

เรามีกำไรติดพระกรของเรามาเพียงไม่กี่วงจากมนุษย์ส่งมอบให้เราเมื่อครั้งเรายังสวยงามเคียงสถาน ด้วยกำไรจากจิตมนุษย์ส่งมอบถวายพลีไว้ต่อเราจึงนำพาแสงระยิบตากระทบแสงสูรย์สะท้อนเข้าดวงตาบอกให้เจ้ารู้ว่าเราอยู่ณ.หนแห่งใด เรามีปากแต่เอ่ยวาจามิได้ เรามีขาที่มนุษย์ปั้นให้กับเราแต่เราเดินออกไปหาเจ้ามิได้ เรามีแขนที่มนุษย์สร้างไว้ให้เราเช่นกันแต่เราก็ไม่สามารถหยิบจับอะไรมิได้เลย มีแต่กำไรที่เคลื่อนไปมาด้วยสายลมพัดผ่านกระทบกันให้บังเกิดเสียงพร้อมวงเคลื่อนรับแสงสูรย์สาดแสงระยิบตาให้เจ้าเห็นพร้อมก้าว๒เท้าเดินมาเรา ยาตรามูรติแห่งเรากลับสถิตเป็น๑พระเทวีแห่งศักติมายาเคียงเรือนชานมายาเทวี  …

 

 

ทุกสิ่งเปลี่ยนไปตามกาลเวลานั้นคือศรัทธาของผู้เปล่งวาจาถวายต่อเราเมื่อครั้งเริ่มแรก เมื่อใดที่เขาได้ดั่งจิตปรารถนาก็นำพาสิ่งต่างมาพลีถวายเบื้องหน้ามูรติเราที่สวยงามณ.เพลานั้น จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ผ่านมาหลายปีเราไม่เคยวิงวอนขอให้เจ้านั้นรังสรรค์หรือซ่อมแซมเราขึ้นมาให้สวยงามดั่งเดิมเลยสักครา เพราะเราต้องการให้เจ้าและผู้ศรัทธาในเราเห็นถึงสัจธรรมกับความเป็นจริงที่ต่างหลงในลักษ์ของความงามในมูรติแต่ละองค์ เราอิงเรือนชานมายาเทวีมานานจะมีกี่แรงศรัทธาที่เอ่ยวาจายกมือขึ้นนมัสการเรา แม้เพลานี้เราสถิตเคียงศิลาผานามเรียกขาน ศิวาลัยไกรลาศบดี ก็หาได้มีใครที่เดินผ่านพักตร์ยก๒มือขึ้นพนมก้มศีรนมัสการถวายต่อเราเลย … 

 

 

๑ในหัตถาแห่งเราที่มนุษย์ผู้ศรัทธาสร้างไว้ให้เรามีเพียงเส้นประคัมที่ยังครบสมบูรณ์ดีเคียงมูรติแห่งเรา เรานับสดับมันตราวนทักษิณาถวายแด่พระมหาโยคีศวร อวยชัยให้กับเจ้าและเหล่าศรัทธาชนที่๙เดินเคียงดินพร้อมกันกับเจ้านมัสการถวายต่อเราให้มากความสำเร็จสมดั่งจิตปรารถนา หลายสิ่งเวียนผ่านหลายสิ่งต้องลาจากสถานไปก่อนเวลาอันควรจะด้วยสารสัตว์แลแมกไม้นานาพันธุ์ก็ดี รวมไปถึงมิตรแห่งศรัทธาที่จากไปจะด้วยสิ่งใดเล่าก็ด้วยใจที่ไม่หนักแน่นเช่นเจ้านั่นเอง การเดินดิน การอิงไพรไม่ใช่เรื่องยากยากที่สุดนั้นก็คือใจในศรัทธา หากไร้ใจหรือถอดใจนั้นก็หมายถึงสิ้นสุดด้วยวาระแห่งศรัทธาร่วมเคียงกัน  ดั่งเช่นเราไม่เคยเรียกร้องขอเสียงมันตราใดๆเราไม่เคยร้องขอบุปผาเคียงเราเลยสักครา เราไม่เคยร้องขอควันหอมคลุ้งส่งผ่านสายลมให้เราสูดดมเลยสักครา แต่เรามีนนทิสดับเสียงให้เราฟัง เราได้ยินเสียอาชาที่ร้องเรียกหาเรา เรามีเสียงบรรเลงจากปีกแมลงเล็กๆนับแสนตัวในผืนป่าร่วมกันขับกล่อมส่งราตรีกาลให้เราฟัง สุขใดหรือจะเท่าสุขของเราที่เป็นเรา … 

 

 

ราชพาหนะแห่งเราคือพญาพยัคฆ์ยังสมบูรณ์กว่าเราเลยแต่ในกาลที่แปรเปลี่ยนไปหาได้มีใครอธิฐานจิตกล่าวสัจจาธิฐานให้หมดสิ้งซึ่งทุกข์กรรมนำพามาสู่ชีวิตไม่ เพราะพยัคฆ์ที่เคียงข้างเราเป็นราชอาสน์ผู้ภัคดีเคียงเราอย่างมั่นคงหากวันใดที่เสื่อมโทรมลงตามกาลของเวลานั้นก็หมายถึงการสิ้นสุดแห่ง เรา เทวลักษณ์แห่งเรานี้ก็จะพังสลายลงไปสู่ปฐวีเช่นกันทุกสิ่งที่เรากล่าวคือสัจธรรมในความเป็นจริง พึงรักษ์ไว้ซึ่งสิ่งที่ค้ำชูเจ้าให้ยาวนานนั้นคือมติรรักที่พร้อมร่วมเคียงกัน พึงวางสิ่งที่มิใช้ลงพร้อมเดินก้าวไปข้างหน้า เจ้ามีศิลาในสถานที่ธรมชาติเคียงรังสรรค์สร้าง สถานเทวดาบนทิพย์สภาจะยาตราลงมาเฉพาะที่ๆมากด้วยแรงแห่งจักรวาลนำพานั้นก็คือ แรงลมพัดพาดิน และแรงน้ำไหลหลากนำมาซึ่งสินแร่ธาตุต่างชนิดมารวมกัน ขึ้นเป็นศิลาผานั้นก็คือมายาเทวีที่เจ้ากำลังก้าวเดิน คืนเพ็ญ๑-๑๑ค่ำพึงนมัสการต่อเทวสถานั้นก็หมายถึงพระโภเลนาถเจ้า เพ็ญ๘ค่ำพึงนมัสการต่อศิลาผามายาเทวี เพ็ญ๑๕ค่ำพึงนมัสการต่อปฐวีสถาน แรม๑ค่ำพึงนมัสการต่อปฐมบรมครู แรม๑๓ค่ำพึงนมัสการต่อศักติมายา ด้วยความมั่นคงดั่งทิพย์ศิลาสถานจะสถิตในใจเจ้าเอง ...

 

 

แม้แต่หางพยัคฆ์ยังเคลื่อนไหวโบกไปมามิได้ฉันใด ฉันนั้นจะคงไว้ซึ่งคำว่าพญาพยัคฆ์ได้เช่นไร สัญชาติญาณของพยัคฆ์จะใช้หูและหางสื่อถึงอารมณ์รัก ชอบ โกรธ ฉันนั้นเจ้าพึงรักษ์ไว้ซึ่งสังขารที่เราต่างสร้างขึ้นให้เจ้าไว้ใช้กระทำทุกสิ่งบนวิถีแห่งศรัทธาให้ยืนยาว เหนื่องกายแวะมาพักพิงอิงเรา เหนื่องใจเอ่ยวาจานั้นออกจากปากเล่าขานสู่เราฟัง เราไม่สามารถนำความที่เจ้าเล่าออกจากปากไปเล่าสู่ใครฟังได้เช่นคนรอบข้าง พึงจำไว้ให้ขึ้นใจว่าหูมีไว้ฟัง ปากมีไว้เพื่อพูด สมองมีไว้ให้คิดอ่าน หากอ่านใจคนรอบข้างมิได้ฉันใดฉันนั้นพึงสงบเช่นดั่งมูรติเราที่มนุษย์สร้างขึ้นไว้แทนนามแห่งเรานั่นเอง ทุกสิ่งคือสิ่งที่ต้องผ่านเจ้าต้อง๙เดินผ่านมันไปให้ได้ ปัญหาหาใช่การลองใจจากเหล่าเทพเทวดาไม่ แต่มันคือวิบากกรรมในสิ่งที่เจ้าแลมนุษย์ทุกลมหายใจต้องพบเจอ เมื่อพบต้องมีจาก จากแล้วพึงทิ้งห่างให้ไกล ข่าวสารใดพึงอย่าได้คิดอยากเพียงเพื่อรู้ รู้แล้วจิตไร้ความสงบนิ่งวิถีมารจะเข้าครอบงำจิต พึงปล่อยจิตให้สงบก่อนนวดุรกา บูชาจะเวียนศกมาถึงในอีกไม่กี่ราตรีกาล ...

 

 

บาทแห่งเรานั้นเช่นนี้หรือ บาทแห่งเราในเพลานี้จะไม่งามน่าสัมผัสจากเหล่าศรัทธาชนที่เดินผ่านเราไปมานับหน้าไม่ถ้วน หาได้มีใครก้มศีรลงสัมผัสขอพรเบื้องบาทเราแม้แต่คนเดียว เห็นก็มีแต่เจ้าที่ก้มศีรลงกราบเบื้องบาทแห่งเราพร้อมพลีถวายต่อเรา เราพร้อมที่จะก้าวเดินเคียงเจ้ามาตายีผู้สร้างสถานให้แล้วเสร็จ ขอเพียงนวดุรกา บูชา ในครานี้ตรงกับนักษัตรระกาส่งรับจอศกจักรวาลราศีเวียนทักษิณาถึงคือปีแห่งเรา เราจะส่งมอบพรนั้นให้กับเจ้าในวันสิ้นสุดส่งท้ายนวดุรกา บูชา ขอเพียงเจ้ารักษ์ในเทวลักษณ์ของเราไว้เช่นนี้เคียงสถาน เราไม่สวยงามในสายตาเหล่าศรัทธาใดแต่เราจะมอบสิ่งมงคลในจักรวาลรับราศีศกใหม่นี้ให้กับเจ้ามากมงคลตราบนิรันดร์ … 

 

 

งามในสิ่งที่มนุษย์นิยมสร้างคืองามหน้าหาได้ใจงาม ไม่ อย่าหลงในความงามที่สร้างไว้เคียงนวดุรกา บูชา นำพามาถวายต่อเรานามแห่งเราคือสรรพสิ่ง สิ่งต่างพึงนำพามาเคียงร้อยผ่านดวงใจ ๒มือพึงหยิบเครื่องพลีบูชาที่เคียงข้างเจ้าในสถานมาสรรเสริญต่อเรา นวดุรกา บูชา จะยังคงสาดแสงนำพาให้สาวกแห่งเราก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความจริง พรเราพร้อมมอบส่งให้เจ้าเหล่าสาวกผู้ภักดีเจ้านั้นมีหน้าที่กระทำให้พรแห่งเรานั้น เป็นจริง ด้วยวิถีการกระทำตนเป็นคนดี …

 

 

วิถีแห่งนวดุรกา บูชาแท้แต่เดิมนั้นคือการสร้างเราขึ้นมาด้วยดิน ดินคือรากฐานแห่งความอุดมว่าสมบูรณ์ การปั้นแต่สิ่งใดจะสวยงามมากน้อยเพียงใดหาได้เกิดจากพรสวรรค์แต่อย่างใด แต่สิ่งสวยงามนั้นคือพรในความสำเร็จแห่งความเพียร หากพลังแห่งศรัทธาใดมากความพยายามมากเท่าไรใจไม่เพรียรต่อสิ่งที่กระทำก็ยากที่จะเสร็จสำเร็จสวยงามได้นั้นคือ สัจธรรม นวดุรกา บูชา แต่กาลก่อนคือการนำดินกลับสู่ผืนน้ำ เมื่อถึงฤดูกาลคงคาไหลหลากก็จะไม่ท่วมท้นพื้นปฐวี พึงบอกกล่าวสาวกผู้ภักดีต่อเราพึงหยุดความพยายามให้สิ้นไปจากใจ เพิ่มเติมความเพียรคือความใส่ใจลงไปในจิต ๒มือที่หยิบจับด้วยนิ้วแรกคือโป้ง นิ้วที่๒คือนางจะส่งต่อถึงใจในกายายกสิ่งพลีบูชาขึ้นเหนือศีรอธิฐานวาจาด้วยสัจจาก่อนวางลงเบื้องบาทแห่งเรา แสงสว่างตลอดเช้า-ค่ำทั้ง๑๑ราตรีกาลจะสาดส่องอวยชัยให้ สมปรารถนาด้วยสิ่งที่กระทำ …

 

 

จงส่งมืออันบริสุทธิ์ด้วยจิตศรัทธาสัมผัสหัตถาแห่งเรา เราไม่เคยชี้ดรรชนีให้ใครต้องกระทำ มิเช่นนั้นมนุษย์ผู้ศรัทธาอย่าครองนามแห่งเราชี้นิ้วสั่งให้ใครต้องกระทำด้วยนามแห่งเราแสร้งบัญชา เราพร้อมที่จะยื่นหัตถาอวยพรชัยให้เหล่าสาวกผู้ภักดีพลีถวาย นวดุรกา บูชา ๑๑วัน๑๑ค่ำคืน ให้ทุกแรงแห่งศรัทธานำพาวิถีให้ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความดี สติดีปัญญาเกิด ปัญญาดีนำพามาซึ่งผลแห่งความสำเร็จ คือพรแห่งเรามอบไว้ให้ทุกสายศรัทธาพลีถวายต่อเรา นวดุรกา บูชา … เพลิงในมายา  

Only registered users can comment.

  1. ขอสติปัญญาจงเกิด กับ กาย จิต สังขาร กับผู้ศรัทธาแห่งพระองค์ หาใช่ในความศรัทธาแห่งรูปลัษณ์ความสวยงามไม่ สาธุ สาธุ สาธุ ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น