Umakali

สอนใจตน

มีนาคม 20, 2018

เขียนไว้เตือนใจตน(เอง)หาได้เล่าไว้ย้ำเตือนจิตใคร  วิถีชีวิตความเป็นจริงของคนทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนต่างมี ฝัน สุดแล้วแต่บุญพาวาสนาส่งหรือไรถึงนำส่งให้ฝันนั้นเป็นจริงแลไม่จริงบ้างนั้นสุดแล้วแต่ แต่สำหรับอิฉันไม่เคยฝันจึงไม่เสียเวลาตามล่าหาฝันมาครองใจเช่นใครอื่น  ไม่เคยวาดฝันสิ่งใดสู่เส้นทางแห่งฝันด้วยความมโนในจิต เพราะตั้งแต่เกิดจำความได้ไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดวาดฝันให้ตัวเองเช่นมิตรเครียงกายในวัยเดียวกันของวันวาน เพราะด้วยความพอมีพอใช้ของสถานภาพทางครอบครัวจึงไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด เช้าตื่นไปเรียน ค่ำกลับทำการบ้านถูเรือนนอนหมดเวลาที่ฝันในความอยากมี มีสุขในครัวเรือนเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันของชีวิตครอบครัว ก็สุขใจ …

 

 

พ่อกับแม่ผู้ให้กำเนิดเกิดมาเป็นอิฉันคือแบบอย่างของการใช้ชีวิต พ่อผู้เป็นผู้นำครอบครัวจะเป็นผู้จัดสรรเรื่องการเงินในครอบครัว สิ่งที่เห็นไม่ต้องจดแต่เห็นแล้วจำติดตัวมาใช้นั้นก็คือ การบริหารการเงิน พ่อจะแจกแจงส่งให้แม่ว่านี่คือเงินค่าใช้จ่ายในเรื่องของอะไร ค่าอาหาร ค่าลูกไปโรงเรียน ค่าเทิมในแต่ละภาคเรียน ครอบครัวไม่เคยต้องกู้หนี้ไม่ต้องยืมสินทรัพย์จากที่ใดมาใช้จ่าย พ่อกับแม่จะสอนเสมอว่าครอบครัวเรามีทรัพย์สมบัติไว้ให้ลูกทุกคนนั้นคือ วิชา เรียนได้เท่าไรเรียนไปสำเร็จมาไว้ต่อยอดนำพาทรัพย์มาเลี้ยงตน ทรัพย์คือวิชานำส่งให้เรานั้นมีความรู้ไว้ติดตัวไม่อดตาย พ่อจะเอ่ยวลีคำสอนให้ฟังเสมอในเวลาที่เราทั้ง๕ พ่อ แม่ พี่ทั้ง๒พร้อมหน้ารวมสำรับอาหารฝีมือแม่บังเกิดเกล้ายามเย็น …

 

 

ชีวิตคนเราเงินคือปัจจัยสำคัญ และเงินอีกเช่นกันที่เป็นตัวกลางนำพาให้มีได้ในทุกสิ่งที่เราปรารถนาจะมีสิ่งแรกเริ่มเดิมความที่ปรารถนานั้นพึงมีเงิน แต่เงินนั้นก็หาได้ง่ายเสียที่ไหนเล่า คนเราไม่มีหนี้ไม่มีสินยืมทรัพย์คือพรอันประเสริฐ หากเกิดกำเนิดเป็นคนรู้หน้ารู้หลัง รู้ซ้ายรู้ขวาพึงบริหารการเงินให้ถูกระบบ หากใช้เงินติดลบที่โบราณกล่าวไว้สอนใจด้วยถ้อยวลีคำ รายได้ต่ำรสนิยมสูงฝังลึงลงในกมลสันดานความเป็น ฅน มันยากจะสำเร็จในความเป็นคนมีทรัพย์ไว้ใช้จ่ายรายวันได้อย่างแน่นอน ทุกวันนี้ระบบการบริหารการเงินของอิฉันพังไม่เป็นท่าที่ว่าพังหาใช่ต้องกู้หนี้ยืมสินทรัพย์ใครมาใช้จ่าย แต่ที่ว่าพังไม่เป็นท่านั้นก็คือ ใจบังเกิดความสงสารจนลืมมองย้อนถึงตัวเอง เดือดมาช่วย ร้อนมาพึงได้รับความเย็นกลับให้ทุกข์ร้อนนั้นคลายกลับเป็นสุขใจ ตรงกันอิฉันไม่เคยตราหน้าไปยืมเงินหรือเอ่ยปากบอกใครให้ได้มาซึ่งทรัพย์ไว้ใช้จ่าย อิฉันไม่เคยเอ่ยคำหวานล่อลวงใครให้ได้มาซึ่งทรัพย์ในการรังสรรค์สร้างสิ่งมงคลสถิตเคียงสถาน  ทุกวันนี้ไม่เข้าตัวถึงตาอับจนชักหน้าไม่ถึงหลังก็ด้วยแบบอย่างที่ได้ติดตัวมาจากสถาบันแรกของชีวิตที่อบรมสอนอิฉัน คือ ครอบครัว

 

 

สถาบันครอบครัวคือสถาบันแรกที่เสริมส่งให้เราต้องเป็น ครอบครัวจะนำส่งให้เรานั้นเป็นคนดี นำส่งให้เราเป็นคนล่าเท็จหรือเป็นมิจฉาว่าด้วยอาชีพนั้นก็คือสถาบันครอบครัวนำพาทั้งสิ้น หากสถานภาพทางครอบครัวไม่อำนวยอวยพรเสริมส่งอิฉันเชื่อว่าสิ่งแรกเริ่มของคนทุกคนที่ได้เรียนรู้นั้นคือ วิถีชนของ๒ผู้ให้กำเนิดเกิดมาเป็นเรา หากสอนให้เราคิดกับสิ่งที่เห็น สอนให้เราจักรู้พอประมาณตนกับสิ่งที่พึงมี เราก็จะมีวันนี้ได้อย่างพอเพียงเคียงสุขทางใจส่งต่อด้วยการกระทำตนด้วยมิตรร่วมเคียง มิตรร่วมเคียงคือสถาบันทางสังคมรองจากครอบครัวที่จะนำส่งให้เรานั้น๙เดินถึงทางแยกหรือ๙เท้าเดินถึงทางตันนั้นก็ด้วยสถานภาพของมิตรเคียงข้าง ได้มิตรดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ได้มิตรชั่วคิดกระทำผิดติดสันดานตนจนวันตายก็ยากจะกลับคืนสู่วิถีคนดีได้ก็ด้วยสถาบันแห่ง มิตร …

 

 

มิตรสำหรับอิฉันเหมือนฟ้าขีดเขียนมาให้พบเจอแต่มิตรดี มิตรมีความคิดส่งต่อให้มีอะไรร่วมเรียงเคียงกันกระทำในสิ่งที่ดีงาม แต่ไม่เคยพบรักกับมิตรงามหน้าร่วมกระทำ มิตรเคียงการเสริมส่งให้เราดีก็ด้วยมิตรวิถี มิตรเคียงกายจะนำส่งให้เราดูแย่ก็ด้วยมิตรที่เราเลือก๙เดินเคียงข้าง วันเวลาที่ผ่านมาในวิถีชีวิตอิฉันถึงเป็นคนเปิดกว้างกับมิตรโดยเฉพาะมิตรใหม่ที่แปลกหน้า ให้โอกาสดีๆกับมิตรเก่าและใหม่เสมอภาคถ้วนหน้าร่วมเคียงกัน อาจจะด้วยความนิสัยเป็นคนชอบเหงามาเยือนจิตเลยต้องมีมิตรเคียงข้างไม่เคยขาด สนุกสนานพาเพลินบันเทิงจิตไปไหนไปกัน เฮไหนฮานั่นว่าไหนตามกันเป็นทิวแถวด้วยสถานภาพของมิตรที่ฉันรักไว้เคียงกาย วันเเล้ววันเล่าไม่ต้องเล่าอ้างเท้าความในสิ่งที่กระทำให้มิตรเคียงข้างทุกคนต่างย่อมรู้แก่ใจตน วันเวลาผ่านมิตรที่ฉันรักย่อมมาก่อนเสมอ คิดจะเป็นมิตรกันสิ่งเดียวที่มอบให้กันและกันนั้นคือ ใจ ใจมีให้เกินร้อยมีให้กับทุกคนรอบข้างมากกว่าคนในครอบครัว ความรู้ ความใส่ใจ การกิน การนอน การใช้ชีวิตกับวิถีชีวิตวันความเป็นอยู่ในข้างหน้ารวมไปถึงสัมมาว่าด้วย อาชีพ อิฉันเป็นห่วงเป็นใยมิตรรักเคียงกายทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน …

 

 

ห่วงใยมิตรมากกว่าตน จึงถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตในวันนี้ วันจาก จากในที่นี้หมายถึงการจากลาด้วยภพชาตินี้ที่ทุกคนต่างต้องพบเจอด้วยกันทั้งสิ้น ก่อนที่จะสิ้นก็พึงกระทำในสิ่งที่มากด้วยคุณงามในความดีที่ส่งให้กระทำ นั้นก็คือสิ่งดีงามที่เคียงคู่แผ่นดินเกิดนั้นก็คือปฐวีสยามก่อนวินาทีสุดท้ายของชีวิตอิฉันเองจะดับปราณลง ต้องขอบคุณมิตรที่ผ่านเข้ามาในชีวิตฉัน มิตรคนแล้วก็คนเล่ามิตรเหล่านั้นสอนให้ฉันเห็น เห็นแท้แน่ชัดที่สุดนั้นก็คือความต่างของคำว่า มิตร  มิตรต่างคิด มิตรต่างกระทำ ด้วยความต่างจึงนำพาให้อิฉันค้บพบสัจธรรมชีวิตของตนเองว่าพึงกระทำตนในวิถีทางใดในช่วงบั้นปลายของชีวิตที่ยังพอมีเหลือให้กระทำในสิ่งที่เรียกว่า *** สุขกายสานต่อให้เรานั้นสุขใจ *** ใจเขาใจเราย่อมมีความต่างนั้นคือช่องว่างระหว่างกันเมื่อช่องว่างบังเกิดขึ้นจะด้วยเหตุอันใดนั้นพึงย้อนมองตนก่อนร่ายไม่ดีก็โทษบทโทษกลอน หรือรำไม่ดีลีลาไม่อ่อนช้อยสมบทที่ได้รับก็โทษปี่บ้างก็โทษกลองโหมบรรเลงได้ไม่ไพเราะเสนาะหู ทุกวันนี้อิฉันต้องขอบคุณวลีคำหลายคำที่ผ่านตาที่ย้ำเตือนใจให้ฉันรู้ว่าพึงวาง วางเสียตั้งแต่วินาทีแรกเห็นในวลีคำกล่าวบางถ้อยคำ  ต้องขอบคุณวลีคำว่า วันเวลา ที่ให้ฉันได้เห็นถึงแก่นแท้ในใจใจของคำว่ามิตรเคียงข้าง จึงทำให้ทุกวันนี้เลือกที่จะเคียงข้างจำเพราะคนที่ใช่ และถอยห่างคำว่ามิใช่ให้ไกลแสนไกล ไกลมากเท่าไรจะนำส่งให้ใจเป็นสุข เมื่อสุขใจบังเกิดด้วยความห่างก็จะไม่เกิดขึ้นซึ่งวลีคำว่า เกลียด มิเช่นนั้นคำว่ายิ่งรักก็ยิ่งเกลียดจึงไม่บังเกิดกับวิถีชีวิตอิฉันก็เพราะ รู้ความว่าพึงถอยห่างจากสิ่งที่เคยรักให้ไกลแสนไกลมากที่สุดนั่นเองมังค่ะ …

 

 

สิ่งที่ต้องกระทำยังมีอีกมากมายหลายสิ่งกับสิ่งที่อิฉันรักษ์ และจะยังคงรักษ์ไว้ซึ่งสิ่งนั้นคือ *** ศรัทธา *** วิถีแห่งศรัทธากำเนิดขึ้นจากใจหากไร้ฟ้ายาตราสถิตในเรือนชานในวันวานก็คงจะไม่มีแรงใจแห่งศรัทธานำพาให้กระทำเช่นทุกวันนี้ ทุกวันนี้มีแรงใจที่นำส่งให้กระทำแรงนั้นหาใช่ใดอื่นแรงนั้นก็คือ ฟ้า ฟ้าเรือนชานมายาเทวีที่ฉันรักษ์และรักฉันอย่างไร้ข้อแม้ แม้บางสิ่งที่ฉันกระทำฝืนในวลีคำฟ้าบัญชาก็ด้วยพิษแห่งรักที่มาครอบงำจิตใจกับคำว่าว่าขาดเสียไม่ได้ซึ่ง มิตร จนวันนี้ฉันกระจ่างในจิตเห็นด้วย๒ตาว่าไฉนเลยฟ้าเรือนชานมายาเทวีถึงไม่โปรดในวลีคำว่า รัก เพราะพิษแห่งรักหากมันทำพิษกับใจเราแล้วมันยากจะเยียวยารักษาให้หายกลับคือดั่งเดิมได้นั่นเอง จากวันนี้เป็นต้นไปวลีคำฟ้าจะสถิตในจิตกับคำว่า มีฤทธิ์พึงไร้สิ้นรัก ยากมีรักก็ต้องไร้สิ้นฤิทธิ์ ทางเดินก้าวไปข้างหน้าจากวันนี้ไปขอเลือกฤทธิ์แห่งศรัทธาแทนรักเคียงกาย กราบในวลีคำฟ้าสอนใจด้วยศรัทธาในความเป็นจริง … เพลิงในมายา

 

Only registered users can comment.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น