Umakali

มโนแห่งศรัทธา ๑

มีนาคม 26, 2018

ปฐมบทความมโนแห่งศรัทธาเริ่มความมโนแรกกับภาพวาดแห่งศาสนว่าด้วยพิธีพลีถวาย ผิดหรือที่มโน ตอบเลยด้วยความมั่นหน้าเริ่ดๆเชิดๆว่าไม่ผิดตรงไหนเลยเจ้าค่ะ เพราะคนเราล้วนต่างหลงเพ้อในรูปภาพไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายรวมไปถึงภาพวาดส่วนจะวาดผ่านมือด้วยอุปกรณ์อะไรนั้นก็สุดแล้วแต่จิตจินตนาการของผู้วาดเรียกว่าศิลปะผ่านศิลปิน จะด้วยสีอะไรปาดปัดให้บังเกิดภาพตามอารมณ์ของผู้วาดก็ดี แต่โดยมากก็จะวาดเส้นสายปัดสีภาพวาดและภาพถ่ายผ่าน ธรรมชาติรอบข้างทั้งสิ้น จริงป่ะ ส่วนวลีความที่อิฉันจะกล่าวต่อไปนี้ก็คือภาพถ่ายที่บันทึกไว้ในขณะประกอบพิธีพลีถวายต่อเทพเทวดา มีอุปกรณ์การพลีถวายบูชาเป็นเครื่องมือประกอบความมโนอาทิเช่น ผงสีต่างๆ ดอกไม้นามบุปผานานาพันธู์ ควันไฟและสิ่งที่สำคัญขาดเสียมิได้เลยนั้นคือ คือ เปลวไฟแห่งศรัทธาที่โชติช่วงชัชวาลขึ้นเบื้องหน้า คือ เปลวไฟแห่งศรัทธาในความมโนจิตกับวิถีแห่งศิลปินบนเส้นทางแห่งมายาวิถีมโนส่วนตนนั่นเองเจ้าค่ะ …

 

 

เปลวไฟที่ถูกจุดให้สว่างด้วยจิตศรัทธานำพาสู่ศาสนว่าด้วยพิธีกรรมสรรเสริญถวายต่อเทพเทวดา อารมณ์ของเปลวไฟนั้นโบกไสวสวยงามได้ด้วยสายลมพัดผ่าน โชติช่วงชัชวาลได้ด้วยน้ำมันเนยที่เราบนวิถีแห่งศรัทธาต่างเรียกติดปากว่า น้ำมันเนย เมื่อราดลงสู่กองฟืนเปลวไฟก็จะสาดส่องสว่างขึ้นสำหรับอิฉันเป็นภาพที่สวยงามให้ความรู้สึกสงบ กำหนดสมาธิให้ใจจดจ่อกับกองกูณฑ์เบื้องหน้าปิติบังเกิดสุขในจิตทุกคราที่อิฉันได้นั่งวาดฝันความมโนไปพร้อมกับเปลวไฟแห่งศรัทธา ที่อิฉันจุดขึ้นด้วยความเคารพในพลังแห่งศรัทธาพลีถวายต่อพระมารดาแห่งศรีตรีจักรวาลชนนี ๑เดียวในดวงใจ …

 

 

แม้แต่การโปรยดอกไม้งามนามบุปผานานาพันธุ์ลงสู่กองกูณฑ์ที่กำลังโหมกระหน่ำด้วยเปลวไฟแห่งอัคนีบูชา ก็ยังคงเป็นศิลปะที่สวยงามหากเราผู้หยิบจับบุปผางามนานาพันธุ์เหล่านั้นขึ้นด้วยใจ ผ่าน๒นิ้วในมือขวานิ้วโป้งกับนิ้วนางคือตัวละครหลักพระนางของความมโนก็ว่าได้ สำคัญพึงจับให้เพียงพอแต่พองาม สายตาจดจ้องมองเป้าหมายนั้นคือ กองกูณฑ์ สมาธิต้องมีในขณะที่เรานั่งหน้ากองไฟหากเราสิ้นซึ่งสติในขณะนั่งหน้ากองกูณฑ์นั้นก็หมายถึง เปลวไฟจากทิศทางตรงกันข้ามอาจจะนำพาเปลวไฟโหมใส่ศีรเราได้ทุกเมื่อนะเจ้าค่ะ ด้วยศาสนแต่ฮินดูชนสตรีเพศนิยมไว้ผมยาวไม่ตัดไม่นิยมแต่งแต่เน้นหนักการถักเปียยาวยึดถือถึงตรีเทวีแห่งสายนทีสถิตบนศีรนั้นก็คือ คงคามหานที ยมุนามหานที สรัสวตีมหานทีพันเกลียวขึ้นหลังศีรเรียกว่า เปียเกศา พร้อมสยายปีละไม่กี่ครั้งพึงกำหนดคลุมผมให้เรียบร้อยนั้นก็เป็นนัยยะแฝงมิให้เส้มผมของเหล่าสตรีเพศสยายปลิวไสวลงกองกูณฑ์นั่นเองมังค่ะ สติมาปัญญาเกิดคิดประดิษร่ายลีลาพร้อมกราดข้อมือให้โบกสะบัดไปมาเบื้องหน้า ให้พริ้วไสวสวยๆงามๆด้วยจินตลีลาในแต่ละบุคคล เมื่อสิ่งต่างลงสู่กองกูณฑ์ตามด้วยเสียงลงท้ายว่า สว่าฮาม จังหวะจะโคนของน้ำเสียก็พึงพอประมาณไม่ถึงขนาดต้องแหกปากเปล่งเสียงให้เทวดาสถิตบนฟ้าเบื้องบนจนตกพระทัย อย่างที่กระแสคลั่งอารยใต้นิยมเน้นเสียงกระทำเกินความพอดีของน้ำเสียงเสียจำพวกกราบเท้าหลากสีหางหมูต่างแดนนิยมกระทำนะเจ้าค่ะ เราชาวสยามเรียบร้อยมาแต่ไร ต่างรู้ดีแก่ใจเมื่อสิบนิ้วพนมพร้อมก้มศีรลงกราบพึงสำรวมกาย วาจาด้วยใจ จริงไหมถามใจคุณดูเจ้าค่ะ …

 

 

มารยาทเบื้องหน้าขณะนั่งหน้ากองกูณฑ์นั้นก็เสมือนว่าสมมติเทพบนทิพย์สภายาตราลงมาเคียงราชอาสน์ตามคติความเชื่อของเหล่าศรัทธามโนชนทั้งหลายอยู่แล้วจริงไหมเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นจะแหกปากแข่งกันวาดลีลาโยนสิ่งพลีบูชากันตามอำเภอใจแข่งความแรงในกายาสู่กันทำเพื่อ เปลวไฟที่โชติช่วงชัชวาลยังล้อเล่นลมเป็นจังหวะพริ้วไสวสวยงามน่าชื่นชมภิรมย์ใจ สติค่ะสติไม่ต้องเสียสตางค์สักแดงเดียวเพียงแค่ตั้งสติให้บังเกิดด้วยความสงบเพิ่มเติมคือความนิ่งเงียบนั้นคือมารยาทที่มีอยู่แล้วในตัวตนของแต่ละบุคคล แหกปากไปใช่จะได้มหาบารมีเทวีประทานเสียกะไรเล่า ยิ่งแหกปากดังมากเท่าไรควันก็จะยิ่งเข้าปากพร้อมกับสูดดมผ่าน๒รูจมูกตรงเข้าสู่ปอดเสี่ยงต่อการเป็นมณีรัตนมะเร็งนะเจ้าค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นการหายใจก็เช่นเดียวกันสมาธิกำหนดให้หายใจเข้าว่าพุธออกกล่าวไว้ว่าโธ การกำหนดจิตการหายใจเข้าออกนั้นก็คือการเดินปราณแต่ไม่ใช่เดินลมปราณแบบหนังเจ๊กแผ่นดินใหญ่ท่องยุทธภพเย้ยฟ้าอาปากท้าควันฟืนนะเจ้าค่ะ เพราะนั้นหมายถึงการเป็นโทษต่อร่างกายของตัวคุณเอง อาการแรกเริ่มมาเยือนหลังเสร็จศาสนว่าด้วยพิธีพามีกรรมตามทันณ.บัดดลเมื่อสูดควันลงคอ *** ไอ เลิฟ มึง *** จะถามหาวิ่งตามหาหมอตี๋จัดจำหน่ายยาแก้ไอตราเสือดำ อุต๊ะไม่สิค่ะเสือดำยังตายฟรีหรือไม่ยังไม่แน่ชัดแต่ที่ชัดๆคือไอโขลกๆพึงหายาแก้ไอตราเสือชีต้าห์พร้อมกำจัดไร้สารพิษลดความระคายคอเป็นเลิศกว่าโอสถใดแฮ ชวน ป๋วย ปี่ แป่ ป่อ เต็ก ไม่ทัน ตึ้ง ไม่ต้องห่อขาวมัดหัวมัดท้ายโยนขึ้นท้ายรถหรือจะสู้ดับพิษไอมีเสมหะ หากกำหนดลมหายใจผิดพึงระวังนะเจ้าคะจะหาว่าอิเพลิงไม่เตือน ขณะมโนก็พึงมีสติดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ คริ คริ คริ …

 

 

บุปผานานาพันธุ์หาได้จากที่ลงปลูกไว้ในสถานไม่ต้องมากความว่าเดินซื้อหาเรียกกระแสผู้ศรัทธาจ๊ะจ๋าซื้อหาดอกไม้ถุงมาร่วมความมโน เพราะอิฉันเจียมตัวเจียนตนว่าเกิดมาเบี้ยอัฐหรือก็น้อยนิดพอมีแค่พอกินไม่มากพอเดินพาเพลินบันเทิงใจละลายทรัพย์ บาทวิถีแห่งศรัทธาได้เปลี่ยนมุมมองใหม่ให้อิฉันจนหมดสิ้นแล้วจริงๆ สิ้นซึ่งคำว่าความสำเร็จรูปกับการมโนว่าด้วยศาสนพิธีไม่พึงมีกรรมหว่าน กรรมขูด แฝงกรรมรีดกรีดไถศรัทธาผู้ใดมาเข้าร่วมละลายทรัพย์โยนทิ้งโยนขว้างเล่นผ่านกองไฟ หาใช่ทรัพย์เราโยนได้โยนดีแสงไฟแห่งอัคนีเทพยังไม่ทันดับ แว๊บหายไปนอนบันทมกล่อมจิตนับทรัพย์ร่วมศาสนว่าด้วยพิธีก่อนเข้าเฝ้าเง็กเซียนเรียกตัว โนละ(เพิ่มอรรถรส นึงถึงน้ำเสียงสีหน้าอิฉันด้วย) ศรัทธาสอนให้อิฉันคิด ศรัทธาสอนให้อิฉันเห็นถึงสัจธรรมความเป็นจริงไปพร้อมๆกับความมโนในการปรับทัศนียภาพด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ในสถานแบบ๓๖๐องศา งามด้วยรูป เสริมเพิ่มเติมความมโนให้ได้ซึ่งอรรถรสด้วยกลิ่นหอมโชยตามสายลมผลัดเปลี่ยนให้สูดดมตามฤดูกาล จากไม้ดอกหลายหลากสายพันธุ์มารวมกันไว้ในสถาน มันคือสุขโดยแท้หาได้เคลือบแฝงทิ่มแทงให้แคลงใจใครหรือไม่นั้นอิฉันไม่ทราบได้ จริงๆนะเจ้าค่ะ เพราะที่กล่าวถ้อยคำมานั้นคือความจริงไม่ได้แหลตีหน้าเศร้ามาเล่าความเท็จ ทำเท่าที่มี ดูแลในสิ่งที่เรานำพามาเคียงเรียงกันไว้ในสถานให้สวยงามผลิดอกบานพร้อมเด็ดเคียงมโนศาสนว่าด้วยพิธีกรรมแบบไร้สิ้นกรรมกับคนอื่น เพราะศาสนว่าด้วยความมโนเน้นกระทำเพียงลำพังในสถานเคียงไพรโอบล้อมด้วยศิลาของอิฉันเองนะเจ้าค่ะ …

 

 

ผง อย่าพึงคิดเป็นอื่นว่าผงเสพติดตามกระแสวัยรุ่นชอบแว้นกรีดร้องแป๊นบีบท่อไอเสียก่อกวนเมืองกรุงท่องราตรีนะเจ้าค่ะ ผงที่กล่าวถึงนั้นก็คือผงเถ้าที่เกิดจากการเผาสิ่งต่างๆลงสู่กองกูณฑ์เมื่อเสร็จสิ้นไฟมอดดับสิ้นลงก็จะได้ผงเถ้าสีขาวอย่างที่เห็นในภาพเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ประกอบความมโนจิตว่าด้วยศรัทธานำพา แต่ศรัทธาหน้าไหนจะนำพาสู่รู้เล่าขานเชิงเน้นขายผงกันเช่นไรอิฉันเองก็มิทราบและไม่อยากทราบด้วยสิเจ้าค่ะ ใจสั่งมาให้เรียบง่ายแต่ไม่ให้มักง่ายกับสิ่งเสริมส่งต่อด้วยบาทวิถีแห่งศรัทธาผ่านศาสนว่าด้วยพิธีกรรม หากมักง่ายมันจะเป็นกรรมย้อนนำพากลับมาสู่ตัวเราผู้นำพาเสียเอง ด้วยผงมีหลากสีที่นิยมใช้ในศาสนว่าด้วยพิธีกรรม แดง ขาว เหลือง ส้ม จะมากไปกว่านั้นก็ขึ้นอยู่ตามอัธยาศัยในความมโนแจ่มในจิตของแต่ละสถานแล้วละเจ้าค่ะ ส่วนเรือนชานมายาเทวีของอิฉันจะใช้เฉพาะผงสีที่กล่าวมาเท่านั้น และที่มาก็อย่างที่บอกจากกองกูณฑ์ในแต่ละครั้งย้อนเวียนกลับร่อนผ่านตะแกรงให้ได้มาซึ่งผงสีขาวบริสุทธิ์นั้นเอง มิเช่นนั้นเรื่องสารพิษเจือปนด้วยสารเคมีย้อมสีตกค้างของผู้จัดพร้อมจำหน่ายค้าผงบูชาสำเร็จรูป แฝงอันตรายต่อร่างกายขณะประกอบความมโนปรุงแต่งพลีถวายมิได้เจ้าค่ะ เพราะเรามีสติย้อนคิดด้วยวิถีชนแต่โบราณนิยม ด้วยวลีคำทุกสถานนิยมใช้ติดปากบอกเล่า๙ยัน๑๐ว่าโบร๊านโบราณ พิธีแต่โบราณ แต่หาได้นำในสิ่งที่โบราณนิยมกระทำมาใช้ไม่ น่าแปลกเสียจริงอดคิดไม่ได้ว่าญาณมหาบารมีมาสิงสู่อ้าปากบอกใครว่า๑ในภารตะมิได้บอก มิได้สอนย้อนยุคในสมัยก่อนที่เรียกว่า ฮินดูชนแต่โบราณนิยมกระทำหรือเจ้าค่ะ สติมาปัญญาเกิดเปิดใจให้กว้างเอาวลีคำเขียนไปพินิจพิจารณาตั้งสตินำพาไปใช้ไม่ว่ากันจร้า คริ คริ คริ …

 

 

๑ความมโนในศาสนว่าด้วยพิธีใบพลูจร้า ใบพลู นามนี้เห็นความจะสาระแนไปถ้วนหน้าไม่ว่าด้วยศาสนในพิธีใดๆก็ต้องผ่านซึ่งใบพลู อิฉันไม่ได้แหลจริงๆนะเจ้าค่ะ ดับไฟในกิจเสร็จสิ้นพิธีก็ใบพลู รองไฟอัคนีพลีบูชาถวายเทพเรียกว่า อารตรี แม้แต่พิธีพลีทาง๓แพร่งเขย่าจิตชวนขวัญเสียก็ใช้ ใบพลู หรือจะรองกล้วยน้ำว้าคู่ว่าของบูชาเคียงหมากแว่นก็บน ใบพลู ทุกสิ่งอย่างว่าด้วยศาสนล้วนต้องใช้ผ่านใบพลูทั้งสิ้น พลูนั้นสำคัญไฉน ไฉนเลยถึงต้องใช้มาลองอ่านบทวลีคำขยายเพิ่มขนาดเส้นขดหยักในสมอง พร้อมขัดเกลาปัญญาให้แตกฉานกันดีกว่านะเจ้าค่ะ เข็มทิศเล่มนี้ไม่เคยนำพาใครให้มโนผิดทางเจ้าค่ะ พลูเถาน้อยเจ้าช่างเกาะแนบแน่นยิ่งกว่าปลิงตัวเขื่อในปลักควายควาย เรื่องยึดเกาะรากยิบย่อยดีเป็นเลิศเพื่อชูกิ่งก้านล้อเส้นใบขึ้นรับแสง ใครเล่าจะรู้ซึ่งคุณเจ้านั้นคือพืชที่มากมีด้วยคุณค่าในไอระเหยจากภายในสู่ภายนอก ที่มีคุณต่อผู้ประกอบศาสนว่าด้วยความมโนจิตพลีบูชาไฟ …  

  

 

อนึงพวกดักดานครูพักว่าลักจำหรือก็มาก อีกจำพวกชะเง้อหน้ามองหางหมูทำย้อนกลับเรือนนอนมากระทำตามก็มากโข หาเข้าถึงรู้ซึ่งคุณแห่งเจ้าไม่แม่ใบพลูเอ๋ย แว่วสำเนียงว่าพึงสำเนียกด้วยคุณสมบัติเจ้านั้นมันมีน้ำมันระเหยเมื่อผ่านความร้อนที่เรียกว่าลนไฟ อ่านดีๆนะเจ้าค่ะ ลนไฟให้ได้น้ำมันระเหย หาได้ร้อนรนแถแหลเข้าหาข่าวสารความเป็นใครไปทั่วหล้า  ฤทธิ์ระเหยรวมไปถึงความร้อนในอากาศทำให้เกิดการระเหยของกลิ่นว่าด้วยสารระเหยที่ออกมานั้นจะมีฤทธิ์ป้องกันเชื้อราได้ดีฉมังนักแล แต่โบราณจึงนิยมนำพาเจ้ามาเคียงไว้ซึ่งศาสนในพิธี การอับการชื้นด้วยพิธีว่าด้วยของไหว้ของบูชาล้วนแล้วแต่เป็น ของสด บ้างนำพามาซึ่งไขอันเนื้องมาจากนมโคในศาสนว่าด้วยพิธีบูชาถวายนั้นพึงมี นมโคแลอาหารคาวรวมไปถึงหวานแบบภารตะชนนิยมปรุงแต่งจากนมโคเป้นหลัก ผสมแป้งตามสัดส่วนเรียกว่าดองหวานผ่านน้ำตาล๑ในขั้นตอนการถนอมอาหารแต่โบราณนิยม ขึ้นชื่อว่านมมันบูดง่ายวิถีภูมิปัญญาแต่โบราณกาลพึงกราบขึ้นศีรเป็น๑วิถีมากด้วยคุณแฝงในศาสนว่าด้วยพิธี เครื่องคาว-หวานรวมไปถึงผลไม้จะไม่บูดเสียก่อนเวลาอันควร จึงวางจัดใส่พลูงามให้พร้อมสรรพก่อนนำพาความมโนในจิตน้อมถวายเทพเทวดา … 

 

 

อีก๑สรรพคุณแม่ใบพลูยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้ดี หากผ่านปากว่าด้วยการขบเคี้ยวหมากห่อด้วยแม่ใบพลูด้วยแล้ว เรื่องปากนกกระจิบมุมปากผู้ใดชอบเป็นโรคปากนกกระจอก หมอแผนโบราณกล่าวมะลายหายสิ้นด้วยฤทธิ์เดชในสารระเหยของสารจากใบพลูฉมังนักแล คนแต่โบราณถึงนิยมจัดวางใส่ตระกร้าครบเครื่องเรื่องเรียงเคียงพร้อมม้วนแต่พอคำ ย้ำบดเคี้ยวแม่ใบพลูปาดปูนแดงยามว่างระหว่างวันนั้นยางรัดเคลือบสี ฟันดำ โบราณว่าสาวแล้วพร้อมออกเรือน หมอยาแต่โบราณกล่าวไว้ด้วยฤทธิ์พลูแก้ลมจุดเสียด โรกกาฬในท้องไส้ฉมังนักแลหากนำมาปรุงเสริมกับสมุนไพรแก้กาฬเลือด กาฬลมเป้นพิษภายในเจ้าค่ะ คุณแห่งใบพลูมีมากมายเหลือคณาที่จะเอ่ย หาใช่เพียงนำพามาใช้ให้เกิดประโยชน์กับความมโนแบบมีคุณค่า ต้องรู้แท้ให้ถึงแก่นแม้เถาพลูจะเป็นไม้ยึดเกาะไร้แก่นในแต่สารของนางแม่ใบพลูมากประโยชน์นักแล เจ้าค่ะ …

 

 

บางตำราแต่กาลก่อนของสยามกันบ้างนะเจ้าค่ะ ครูหมอว่าด้วยสรรพคุณแห่งยาสมุนไพรไทยไม่เคยพ่ายในการรักษาโรคไปกว่ายาแผนโบราณในชาติใดในโลกหน้า ใบพลูเมื่อสัมผัสสุราว่าด้วยยาเมา ด้วยน้ำสุรามีสารแอลกอฮอล์มีทั้งสรรพคุณดีและโทษต่างกันที่นำพามาใช้ผ่านในร่างกาย แต่โบราณหมอยาว่าได้เสกมนต์ด้วยคาถากำกับผสมเนื้อว่านตามแต่ละตำรายา ไม่ต้องถึงสังกรณีแลตรีชวาดั่งรามายะณะข่วยคืนชีพให้ศรีรามเทพนครกล่าวนะเจ้าค่ะ เพียงแค่ผสมลิ้นฟ้าก็ดี เสลดพังพอนก็เป็นเลิศจะผู้หรือเมียนั้นตามแต่พิษกาฬว่าด้วยอาการป่วยไข้บวกกับพิมเสนแท้ที่ได้จากยางไม้สายพันธุ์คล้ายยางนาสยาม เคี้ยวบดตามด้วยใบพลูมันเลอค่าว่าด้วยการดับพิษร้อนที่กาลก่อนเรียกว่า โรคไฟลามทุ่ง หรือโรงงูสวัดฉมังนักแลเจ้าค่ะ โรคที่เกิดขึ้นบนผิวหนังคนเรานั้นเกิดขึ้นจากเชื้อราว่าด้วยแบคที่เรีย จะติดต่อกับความมโนของคนชอบเลียหลังเสร็จกิจว่าด้วยพิธีอิงเทพมาเสพสมบ่อมีสมไม่เลือกหน้า พึงปลูกพลูไว้หน้าเรือนนอนยับยั้งได้ทันกาลสนองดับพิษความคันในจิตอิงเทพเทวดามาร่วมเสพสังวาส ตัดกรรมนำส่งได้ทันการณ์มังค่ะ …

 

อีก๑สรรพคุณว่าด้วยพลูเราจะเห็นว่าพลูนั้นไม่เคยขาดปากไม่ว่าสยามหรือภารตะเกจิว่าด้วยคุรุโด่งดั่งแต่กาลก่อน ล้วนขยับปากเคี้ยงบดหมากยามว่างด้วยกันทั้งสิ้น เพราะพลูมีสรรพคุณดับกลิ่นปากได้ดี แต่พลูไม่สามารถดับวาจาปากสามหาวได้นะเจ้าค่ะนอกเสียจากเพิ่มเติมแว่นการบูรให้ส่องสว่างโชติช่วงชัชวาลในช่องปาก ปราบได้ฉมังนักแลเช่นกันเจ้าค่ะ คริ คริ คริ นอกจากจะระงับกิ่นปากแล้วไอระเหยจากใบพลูแต่โบราณว่าด้วยกาลก่อนนิยมนำมาบดให้ละเอียดถูใต้วงแขนระงับกลิ่นกายได้ดีเช่นกัน สาวย้อนสมัยออเจ้าไม่ทันได้เกิดเจอออริจินอลใบพลูขนานแท้กลิ่นกายหอมยั่วยวนใจชาย ได้ไม่แพ้กลิ่นน้ำปรุงแลแป้งร่ำประทินโฉมยั่วยวนใจชายนะเจ้าค่ะ ไม่ลองไม่รู้ลองแต่พองามหากมากเกินความพอดีรักแร้เปลี่ยนสีเขียวขจีจะหาว่าอิฉันบอกกล่าวไม่หมดซึ่งความมิได้นะเจ้าค่ะ คริ คริ คริ …

 

 

รู้ที่มาแห่งพลูด้วยสรรพคุณแม่ใบพลูกันพอสังเขปแล้วนั้นมาเข้าเรื่องความมโนในศาสนว่าด้วยพิธีกันต่อนะเจ้าค่ะการจัดวางทุกสิ่งลงบนใบพลูที่วาง๓ใบนั้นก็เสมือนสร้างความมโนว่า ตรีจักรวาลนำพามาซึ่งธาตุทั้ง๕ อันประกอบไปด้วย ธาตุไม้ ธาตุไฟ ธาตุดิน  ธาตุทอง ธาตุน้ำ ธาตุทั้ง๕ที่กล่าวมานั้นล้วนถูกนำพามาใช้พลีถวายต่อเทพเทวดาแต่โบราณนิยมกระทำด้วยวิถีแห่งฟ้าเรือนชานมายาเทวีชี้นำเสริมวลีคำไว้ให้คิด ธาตุทั้ง๕มีการก่อกำเนิดและทำลายล้างด้วยตัวของมันเองนั้นคือ วัฏจักรของจักรวาลเป็นตัวกำหนดด้วยกฎแห่งธรรมชาตินำพาให้เกิดขึ้นทั้งสิ้น เราท่านสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตาเปล่าว่าจริงหรือเท็จไร้ความมโนเข้าร่วมนะเจ้าค่ะ เพียงแต่เปิดใจเหมือนเช่นเคยเสริมเพิมปัญญามโนในศรัทธา ตน ให้กระจ่าง …

 

 

สัจธรรมความเป็นจริงของการก่อเกิดนั้นหมายถึงการกำเนิดเคียงข้างการทำลายล้างกันเกิดขึ้นของ ธาตุไม้ เมื่อรวมตัวกันก็จะก่อเกิดธาตุไฟ นั้นก็คือการเผาไหม้หรืออธิบายกันอย่างง่ายๆประกอบศาสนความมโนนั้นก็คือนำไม้มาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อจุดไฟในกองกูณฑ์ให้ลุกโชยนั่นเอง ต่อจากนั้นเมื่อธาตุไฟลุกไหม้จนหมดสิ้นลงแล้วก็จะก่อเกิดธาตุดินหรือขี้เถ้านั้นเอง ในขณะเดียวกันธาตุดินเกิดความทับถมนานนับร้อย พัน แสนยันล้านปีด้วยสินแร่ต่างๆมารวมตัวกันจนเกิดความหนาแน่กลายเป็น ธาตุทอง เราต่างทราบดีแก่ใจลองย้อนยุคสมัยโกโบริตามหาอังศุมาลินณ.ตลาดรถไฟบางกอกน้อยสิเจ้าค่ะจะร้องอ๋อขึ้นมาทันที่ว่าทองนั้นสำคัญไฉน สามารถขุดพบสินแร่หรือแร่ธาตุต่างๆจากภายในปฐวีใต้พื้นภิภพนั้นเอง และธาตุทองเมื่อหลอมละลายก็จะกลายเป็นธาตุน้ำนั้นก็คือสายน้ำทองกำเนิดที่มาของสายน้ำใต้พสุธาสถานนั้นเอง อธิบายได้ง่ายๆว่าชลธีธารสายเลือดใหญ่ของชนทุกชาติต่างต้องใช้ในการดำรงชีวิต และน้ำนั้นก็ยังเป็น๑ปัจจัยในการเวียนกลับผ่านการระเหิดพร้อมระเหยขึ้นสู่ท้องฟ้าตกลงมาเรียกว่าสายฝนเป็นอาหารสำหรับต้นไม้บนพื้นโลกแห่งนี้ นั่นเองเจ้าค่ะ …

 

 

สำหรับการทำลายล้างของธาตุทั้ง๕นั้นเกิดขึ้นจากธรรมชาติเช่นกัน ธาตุไม้ทำลายธาตุดินด้วยการชอนไชปลากรากแสวงหาอาหารมาหล่อเลี้ยงลำต้นให้เติบใหญ่เจริญงอกงาม ในขณะที่ธาตุดินก็ไหลหลากไปทำลายสิ้นซึ่งธาตุน้ำนึกภาพง่ายๆนะเจ้าค่ะ เมื่อครั้งคราน้ำหลากพระนครนำพาดินบนที่ราบสูงไหลหลากลงมาท่วมท้นนองเมืองที่ผ่านมานั้นก็คือ การทำลายล้างของธรรมชาติเอาคืนกลับสู่ธรรมชาติที่ผู้คนจ้องทำลายด้วยการบุกรุกผืนป่า ตัดไม้มาสร้างเรือนสนองความมั่งมีในฝูงชนแบบไม่ทดแทนกล้าไม้งามกลับบคืนสู่ผืนป่า เมื่อป่าไร้สิ้นไม้น้ำจากฟ้าพรั่งพรูก้ต้องไหลหลากลงมาสู่เมืองเป็นธรรมดา ดินทับน้ำ น้ำไหลหลากท่วมผืนดินเป็นสัจธรรมความจริงที่มีมานานเคียงคู่กับการกำเนิดขึ้นด้วย โลก ใต้พสุธาสถานยังบังเกิดขึ้นด้วยเส้นสายน้ำแร่ว่ากันว่าสายทองคำบริสุทธิ์แลโลหะธาตุนาๆชนิด ยุคแต่กาลก่อนย้อนสมัยในยุคนิยมสัมริดเฟื้องงฟูมนุษย์ขุดหามาสนองอารมณ์หมายว่าด้วยเครื่องมือ เครื่องใข้ รวมไปถึงสิ่งที่มนุษย์ในยุคนั้นนิยมคือ มูรติสัมริด  ภูมิปัญญาแต่หนหลังต่างหล่อหลอมตี ขัดถูว่าลับคมนำพากลับมาใช้ตัดไม้สร้างบ้านแลเรือนนอนรวมไปถึงวัดวาด้วยอารามตามที่เราทราบกันดีเมื่อครั้งอ่านผ่านตำราว่าด้วย วิถีการดำรงชีวิตเผาพันธุ์มนุษย์แต่ละยุคสมัยบนโลกใบนี้ ไงเล่าเจ้าค่ะ…

 

 

มโนแห่งศรัทธาที่อิฉันกระทำนั้นก็คือการนำพาทุกสิ่งที่บังเกิดขึ้นบนพื้นโลกนำมาร้อยเรียงเคียงความมโนนจิตผ่านศาสนว่าด้วยพิธีกรรมพลีถวายต่อเทพเทวดาที่อิฉันเคารพ การก่อกองกูณฑ์ก็เช่นกันคือปัจจัยหลักสำคัญที่ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าว เมื่อสิ้นซึ่งศาสนว่าด้วยพิธีนั้นก็หมายถึงการเสร็จด้วยหน้าที่ของผู้คนในแวดวงแห่งมายาศรัทธา หาได้บังเกิดในสิ่งมากด้วยล้นด้วยบารมีทานไม่ แต่สิ่งที่เราบอกกล่าวให้เจ้าฟังนั้นคือปรัชญาในการแฝงไว้ซึ่งวลีคำว่าพึง รักษ์ต่อโลกที่เจ้าอิงอาศัยถึงแม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆที่ตั้งสถานประกอบศาสนว่าด้วยพิธี พึงย้อนความเรากล่าวให้สายใยสายศรัทธาในเรือนชานฟัง ถึงที่มาแห่งการกำเนิดขึ้นของเรา คือ สรรพสิ่ง สิ่งที่เป็นเราหาใช่สิ่งที่เจ้าเห็นผ่านรูปวาด ผ่านมือขึ้นรูปเป็น๑ประติมากรรมสร้างลักษณ์แห่งเราขึ้นมาเคียงสถานให้ผู้คนกราบไหว้บูชาเพียรเฝ้าขอให้สมดั่งจิตปรารถนา แต่ทุกสถานนั้นหาใช่เราที่เป็นเราไม่ เราที่เป็นเราคืออะไรพึงย้อนถามใจตนหากจิตในใจกล่าวเรียกขานก่อนและหลังนามแห่งเราว่า *** มารดาแห่งศรีตรีจักรวาลชนนี ***  แล้วนั้น พึงรักษ์ไว้ซึ่งโลกและสิ่งที่เคียงคู่กับโลกใบนี้ให้คงอยู่คู่ตรีจักรวาลตราบนานแสนนาน …

 

 

หากปิติบังเกิดขึ้นด้วยพลังแห่งศรัทธายังเข้าถึงเราที่เป็นเราไม่ได้นั้นก็หมายถึงทุกศรัทธาที่มีต่อเรานั้นกำลังทำลายล้างเราให้สิ้นไปเช่นกันนั่นเอง หากศรัทธาในเราพึงทบทวนความให้กระจ่างหากพื้นโลกไร้สิ้นดินต่างท่วมท้นไปด้วยน้ำ เจ้าจะยึดเกาะสิ่งใดในการดำรงชีวิตเคียงคู่สถานที่เจ้ารังสรรค์ได้เล่า เพราะมนุษย์หาใช่เหล่ามัจฉาที่ต่างอาศัยดำรงเผ่าพันธุ์ตนมานับล้านปีในสายชลธีธารมิเคยเปลี่ยน หากไม่รักษ์ไว้ซึ่งธรรมชาติรังสรรค์ที่เราให้นำพาในทุกสิ่งมาเคียงกันไว้ นั้นก็เพื่อนำพาเป็น๑ตำราว่าด้วยวิถีชีวิตบนเส้นทางแห่งศรัทธาเคียงข้างพึงกระทำ ผ่านการเรียนรู้นั้นคือความใส่ใจ เมื่อใส่ใจทุกสิ่งด้วยสิ่งที่มองเห็นผ่านสายตา คือความสนใจพึงพิจารณาให้ถ้วนถี่ถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมในทางดีนั้นคือ สุข หากเปลี่ยนไปด้วยสิ่งเลวร้ายว่าทุกข์ภัยมาเยือนนั้นหมายถึง ทุกข์ คือความเป็นอยู่ของทุกสรรพสิ่งในสถานให้รอดปลอดภัยเป็นนิสัยคือบรรทัดฐาน สิ่งที่จะติดตัวเขาเหล่านั้นที่๙เดินเคียงเจ้าผ่านกระทำพร้อมนำพาให้เข้าถึงเราไม่ หากเขาเหล่านั้นไร้สิ้นซึ่งใจรักษ์ในสิ่งที่เราคือเรา เราคือดิน เราคือน้ำ และท้ายสุดเราคือไฟที่สร้างทุกสิ่งให้บังเกิดความสมดุล จงกระทำทุกสิ่งด้วยตนเอง อย่าผ่านตัวกลางใดเพราะสิ่งที่เรียกว่าศรัทธานั้นพึงกระทำด้วยกาย วาจา จากใจตนเอง … 

 

 

เมื่อตัดต้องรู้จักปลูก เมื่อปลูกแล้วต้องรู้จักการเฝ้าดูแลรักษาให้ไม้งามเติบใหญ่ เจ้าและผู้ที่ก้าวเดินเคียงก็จะรักษ์ซึ่งไม้งามนั้นๆขึ้นมาด้วยความเพียรตนที่เฝ้าดูแลด้วยความสม่ำเสมอ เทวราชทรงราชอาสน์ว่าด้วยโคขาวนามนนทิเทพ ในศาสนว่าไว้ด้วยพลีถวายซึ่งมูลโค เราสอนให้เจ้ารักด้วยการนำพามาเลี้ยงดูเพื่อให้เห็นการดำรงชีวิตของ โค เพราะโคนั้นคือ๑ลีลามายาแห่งฮินดูชนกำหนดขึ้นใช้ในศาสนว่าด้วยลีลามายาแห่งการพลีถวายต่อเทพเจ้า การยืน การเดิน การนอนหมอบกราบ ล้วนต่างกำเนิดขึ้นจากลีลาแห่งโคเคียงข้างเทวราชแห่งไกรลาศบดีทั้งสิ้น ทุกสิ่งล้วนมีที่มาหากกระทำโดยไม่รู้ถึงเหตุ ไฉนเลยถึงลงมือกระทำ มิเช่นนั้นกระทำด้วยสิ่งใดพึงรู้แน่ และพึงรู้แท้ในสิ่งที่กระทำโดยเฉพาะศาสนว่าด้วยการพลีถวายต่อกองกูณฑ์ นั้นคือการกำเนิดขึ้นของจักรวาลรังสรรค์สร้างขึ้น พึงสร้างสิ่งเหล่านั้นให้สายศรัทธาที่เคียงเจ้าเข้าใจ เมื่อใจประสานใจให้เป็น๑เดียว ๑นั้นก็คือเราที่เป็นเรา พร้อมที่จะสรรเสริญถวายต่อเราผู้เป็นมารดาแห่งตรีจักรวาลแล้วพึงสำรวมจิตในกายาตั้งสัจจาด้วยวาจาธิฐาน กล่าวนามแห่งเราให้สาดแสงส่องสว่างขึ้นบนกองกูณฑ์นั้นคือเรา อะไรก็เกิดขึ้นได้ในกองกูณฑ์บังเกิดดสิ่งใดผ่านตานั้นคือ มายาแห่งศาสตร์ว่าด้วยศิลป์ หากสิ่งที่หยิบพร้อมจับวางลงสู่กองกูณฑ์นั้นคือสิ่งที่บริสุทธิ์ด้วยที่มาแห่งใจนำพา พร้อมส่งมอบให้เราส่องสว่าตลอดทั้ง ๙ราตรี นวดุรกา บูชา ความเป็นสิริจะบังเกิด นำพามาซึ่งความเป็นมงคล ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ด้วยใจตน ตนพึงเป็นที่พึ่งแห่งตน เพราะสิ่งที่ได้จากศรัทธาคือ สติ ปัญญาแตกฉานหาได้ร้าวฉานว่าด้วยกรรมร่วมกระทำกับใครอื่น พึงทำในที่ๆเราสร้างด้วยแรงแห่งตนกระทำ ทำให้ความสำเร็จบังเกิดด้วยความเพียรรู้จากสิ่งรอบข้าง ทุกทางหาใช่ปัญหาแต่มันคือตำราชีวิตที่ไม่ต้องเปิดอ่านมันจะผ่านเข้ามาให้เรียนรู้นั้นคือ ใจ คน มากลีลากว่าเปลวไฟในกองกูณฑ์ที่ส่องสว่างเบื้องหน้า สุขกับความมโนในศรัทธาคือสุขที่อิฉันสร้างขึ้นด้วยพลังแห่งศรัทธา แล้วสุขในความเป็นคุณที่แวะเข้ามาอ่าน คือ ความมโนตนในสิ่งใดเจ้าค่ะ  … เพลิงในมายา

 

Only registered users can comment.

  1. My programmer is trying to convince me to move to
    .net from PHP. I have always disliked the idea because of
    the expenses. But he’s tryiong none the less. I’ve been using
    Movable-type on several websites for about a year and am nervous
    about switching to another platform. I have heard fantastic
    things about blogengine.net. Is there a way I can import all my
    wordpress posts into it? Any kind of help would be greatly appreciated!

  2. Undeniably consider that which you stated. Your favourite justification seemed to be on the
    internet the simplest factor to bear in mind of. I say to you,
    I definitely get annoyed whilst folks think about concerns that they just don’t realize about.
    You controlled to hit the nail upon the highest as
    smartly as defined out the whole thing without having side effect
    , folks can take a signal. Will likely be back to get more.
    Thank you https://cialis.confrancisyalgomas.com/tadalafil

  3. Hi there would you mind stating which blog platform you’re working with?
    I’m planning to start my own blog in the near future but I’m having a hard time making a decision between BlogEngine/Wordpress/B2evolution and Drupal.
    The reason I ask is because your design seems different then most
    blogs and I’m looking for something unique.
    P.S Apologies for getting off-topic but I had to ask!

    my page: cbd

  4. I loved as much as you will receive carried out right here.
    The sketch is tasteful, your authored subject matter stylish.

    nonetheless, you command get bought an shakiness over
    that you wish be delivering the following. unwell unquestionably come further formerly again since exactly the same nearly a lot often inside case you
    shield this increase.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น