Umakali

สันติกะชนนี

พฤษภาคม 14, 2019

ปฐมบทความ สันติกะชนนี ๑วลีคำที่ฟ้าเรือนชานมายาเทวีเรียกใช้แทนคำว่าเทวลัยก่อนจะแล้วเสร็จ สันติกะ หมายถึงที่พักพำนักพังพิงเป็นการชั่วคราว ยังมิแล้วเสร็จในเรื่องของการก่อสร้างรวมไปถึงการสถาปนาในศาสนว่าด้วยพิธีกรรมใดๆ ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวไว้ว่า เทวลัย นั้นหมายถึงสถานที่บริสุทธิ์จากหลายหลากปัจจัยหลักสำคัญตั้งแต่รากฐานสู่ยอดฉัตรามารวมกัน จะด้วยดิน หิน น้ำ แร่ธาตุรวมไปถึงแมกไม้นานาพรรณที่จะต้องจัดเตรียมให้แล้วเสร็จในศาสนว่าด้วยพิธีสถาปนา ถึงจะเรียกขานได้ว่าสถานที่ๆรังสรรค์สร้างขึ้นนั้น คือ เทวลัยสถิตของเทพเทวดาพระองค์นั้นโดยสมบูรณ์ …

อิฉันไม่มากความอันใดให้มากเรื่องบอกกับใจด้วยสัจจะวาจาในกายาด้วยมายาแห่งศรัทธาในพระมารดาชนนี ๑เดียวนดวงใจ ๑๐นิ้วพนมยกขึ้นเหนือศีร บอกกล่าวขอพรต่อพระมารดาชนนีทรงเป็นดั่งแสงสว่างที่สาดส่องทางนำพาสติให้บังเกิดปัญญา ด้วยจิตจำนงตั้งใจรังสรรค์สร้างถวายต่อ มหามายาแห่งศักติมายา รังสรรค์สันติกะชนนีให้สวยงามเหมาะสมกับพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่เคียงคู่ตรีจักรวาล ความเหมาะสมผสมผสานเรื่องเล่าในวันวานที่ผ่านมาคือ ๑ตำราการรังสรรค์สร้างสิ่งต่างให้เสร็จสมบูรณ์สวยงามยิ่งขึ้นกว่าเทวลัยองค์เดิมที่เคยรังสรรค์สร้างขึ้นไว้ในเรือนชานมายาเทวี …

คติเรือนชานมายาเทวียึดถือทิศตะวันลับฟ้าเป็นทิศทางที่เหมาะสมที่สุดแล้วในการรังสรรค์สร้างเทวสถานองค์ใหม่ ถวายพระมารดาชนนีขึ้นสถิตเคียงมหามายา ภูมายาเทวีสถาน ด้วยวลีคำกล่าวที่ว่าพระองค์คือชนนีแห่งกาลราตรี ทิศทางในการรังสรรค์สร้างเทวลัยเป็นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวทิศทางนี้เหมาะแก่การสถิตมูรติของพระองค์ ด้วยทิศทางผ่านของกระแสลม ด้วยทิศทางการเคลื่อนผ่านของแสงจุดศูนย์กลางวัดค่าที่ดวงอาทิตย์จากทิศตะวันออกคล้อยเคลื่อนก่อนลับฟ้าทางทิศตะวันตก จุดสูงสุดนั้นคือยอดฉัตราเทวลัยองค์ใหม่ต้องอยู่กึ่งกลางของดวงตะวันตั้งตรงศีรตกทอดลงสู่พื้นปฐวีสถาน นั้นก็หมายถึงการเริ่มต้นในวินาทีแรกแห่งราตรีกาลเวลาบ่ายคล้อยเริ่มในองศาแรกในแนวดิ่งตั้งฉากกับภาคพื้นดิน การหักเทของแสงจะเป็นตัวกำหนดถึงความเป็นอยู่ของเหล่าปักษาเคียงไพร เริ่มโผผินบินกลับรังนอน เงาตกทอดสีใบของแมกไม้นานาพรรณเริ่มเปลี่ยนทิศทาง สายลมเปลี่ยนทิศด้วยกฎแห่งจักรวาลรังสรรค์สร้างไว้นับล้านปีผ่าน กระแสลมเช้า กระแสลมบ่ายคล้อยยามเย็นทิศทางของกระแสลมก็จะเปลี่ยนไปตามวัฏจักร แห่ง จักรวาล …

อิฉันใช้เวลาในการคำนวนหาทิศทางอยู่นานร่วม ๖ปีเต็มๆ จากกิ่งสะเดากิ่งเดียวที่ฟ้าเรือนชานมายาเทวีได้ปักไว้เคียงปฐวีสถานเมื่อ๖ปีที่ผ่านมาเมื่อ วันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๖  ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบเอ็ด(๑๑) ปีมะเส็ง วันนั้นตรงกับวันออกพรรษาพอดีมังค่ะ พระมารดาชนนีสอนให้ดูและเพียรตน๙เดินเคียงดินมองหาจุดนิ่งของแสงเมื่อตะวันตรงศีร ในวันแรกของฤดูกาลเปลี่ยนทั้ง๓ฤดูของเราชาวสยาม ยึดถือตามวันเวลาราชพิธีหลวงกำหนดเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร(พระแก้วมรกต) ดังนี้ วันแรม  1  ค่ำ  เดือน  4 หนาวเป็นร้อน   วันแรม  1  ค่ำ  เดือน  8 ร้อนเป็นฝน วันแรม  1  ค่ำ  เดือน  12 ฝนเป็นหนาว ด้วยปฐมวันของฤดูกาลจะเปลี่ยนทิศทางของแสงและแรงลมเปลี่ยนทิศ เมื่อได้ทิศทางที่เหมาะสมศูนย์กลางปราณราชสีห์คือจุดสถิตมูรติพระมารดาชนนี พระพักตร์จะหันไปในทิศทางที่กำหนดไว้พอดี ทัศนียภาพโดยรอบในทิศทางนี้จะเป็นทิศทางที่สวยงามสุดของ มหามายา ภูมายาเทวีสถานณ.เพลานี้ก็ว่าได้นะเจ้าค่ะ สวยงามสุดสายตา เห็นเทือกเขาทอดยางไกล เห็นดวงตะวันลับขอบฟ้า เห็นเหล่าปักษาบินกลับรังนอนได้เพลาถวายศาสนว่าด้วยพิธีอารตรีค่ำถวายตรีเนตรทั้ง๓ พระมารดาชนนีแห่งศรีตรีจักวาล …

บาทวิถีชีวิตบนเส้นทางแห่งมหามายาในศักติมายาศาสตร์ไม่เคยได้อะไรมาโดยง่าย ทุกสิ่งต้องรู้ด้วยตนเองกระทำด้วยตนเองและเห็นด้วย๒ตาตนเองทั้งสิ้น จึงไม่แปลกที่อิฉันจะรักษ์ในพระนามแห่ง *** ศรีมหากาลี *** ไว้เป็น๑ในดวงใจนะเจ้าค่ะ หลายตำราว่าไว้ด้วยคนเขียน หลายร้อยคนต่างแสวงหายกตำราแต่ละเล่มขึ้นอ่านแล้วก็ลงมือทำตามตำราเล่มนั้น บ้างก็ทำตามปากคนนั่นทีคนนี้ทีวิถีทำไม่จบไม่สิ้นกับวังวนผิดถูกสลับกันไปตามความเชื่อของแต่ละบุคคล ก็สุดแล้วแต่วิถีแต่ละคนจะเลือกกระทำหาใช่ขึ้นอยู่ที่บุญได้สร้างแต่ทุกสิ่งขึ้นอยู่ในกงกรรมที่ไร้จุดยืนเป็นของตนเอง ตรงกันข้ามทุกสิ่งที่อิฉันกระทำล้วนผ่านการขัดเกลาจากฟ้าเรือนชานมายาเทวีสอนให้รู้รอ รอฟ้า รอฝน รอแสงนั้นคือการสอนให้อิฉันรู้จักรการรอเวลา แต่ฟ้าเรือนชานมายาเทวีมิเคยสอนให้อิฉันรอคนและไม่เคยให้กระทำตามคนรวมไปถึงกระทำตามใครในเรื่องของศาสนว่าด้วยพิธี คนก็คือคนไม่มีจุดหยุดนิ่งแม้ใจตนเอง ทุกสิ่งที่อิฉันกระทำคือยึดหลักธรรมชาติรอบข้างขึ้นเป็นตำรา เพราะธรรมชาติสิ่งเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยเปลี่ยนทิศและธรรมชาติเท่านั้นที่ไม่เคยเปลี่ยนทาง ธรรมชาติอยู่เคียงคู่กับศรัทธาโดยแท้จริง หาใช่เราเหล่าศรัทธาชนไม่ อิฉันจึงไม่ยกตำราเล่มใดขึ้นอ่านและไม่อิงตำราใดมากระทำ และไม่ทำตามลมปากใครนอกเสียจาก วลีคำฟ้าเรือนชานมายาเทวีกำหนดชี้นำพาให้กระทำเท่านั้น …

๓๖๐องศาในองค์ประกอบรอบด้านพร้อม วันเวลาพร้อม สถานที่พร้อมครานี้ถึงความพร้อมในตัวเราผู้รังสรรค์สร้าง รวมรวมประสบการณ์ที่ผ่านมากว่า๓ทศวรรษในเรื่องของทิศทางการเดิน การก้าวเท้า การนอนราบลงกับพื้นรวมไปถึงการหมอบนั่ง ยืน เดิน นอนถวายกายาเมื่อแล้วเสร็จในศาสนว่าด้วยพิธีพลีถวายการบูชาสรรเสริญต่อพระมารดาชนนี แต่ละสถานที่มีการเคลื่อนตนในทิศทางที่แตกต่างกัน มีหลักในการปฏิบัติแตกต่างกัน การจัดวางปราณตนในการก้าวเดินทักษิณาสถานก็แตกต่างกัน ปัจจัยสำคัญของการรังสรรค์สร้างเทวลัยจึงต้องคำนึงถึงสถานและกายาเราผู้รังสรรค์สร้างเป็นหลัก เราคือ๑พลังงานที่ต้องเคลื่อนย้ายตนไปโดยรอบทิศทาง การหยิบจับสิ่งของขึ้นถวาย ลำดับการทักษิณาสรงสนาน อัคนีบูชาโหมกูณฑ์ก็ต้องให้สอดคล้องกับปราณของเทพเจ้าพระองค์นั้น ทุกสิ่งในทุกลำดับขั้นตอนของศาสนพิธีต้องสอดคล้องรวมกันเป็น๑เดียวกัน ศาสตร์ใครใช่สำคัญแต่ทำแล้วไม่เป็นประสาทกับศรัทธาในเทพเทวดาพระองค์นั้นก็สุขใจ …

ปล. วลีคำที่กล่าวมาในข้างต้นคือความเชื่อส่วนบุคคลผ่านประสบการณ์ชีวิตความเป็นฉันบนวิถีแห่งมายาในมายาด้วยศรัทธานำพา โปรดใช้วิจารณญาณในการเข้าชม … เพลิงในมายา  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น