Umakali

เนตรชนนี

มิถุนายน 12, 2019

เนตรชนนี ปฐมบทความสายพระเนตรแห่งพระมารดาชนนี ๑เดียวในดวงใจ องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมากาลี เทวี ๑ความภาคภูมิใจผ่านเรื่องเล่าขยายความด้วยศาสนพิธี *** ปิดปราณพระมารดาชนนี *** วันเวลาผ่านมากว่า๓ทศวรรษบนเส้นทางแห่งมายาศาสตร์ที่ไม่เคยชี้นำพาให้ใครเป็นประสาทกับศรัทธา วันเวลาที่เวียนผ่านไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา แต่ละสิ่งที่เห็นคือสัจธรรมกับความเป็นจริงผ่านการกระทำของคนและฅน คนจริงที่อยู่เคียงข้างกันทุกยามค่ำคืนเพียงไม่กี่แรงแห่งศรัทธาทำให้อิฉันเห็นถึงสัจธรรมความเป็นคนบนวิถีแห่งมายาด้วยศรัทธา เพียงลำพัง …

*** เปลวเพลิงในมายา ***

มายาใดเล่าจะมากความเท่ามายาสาไถของคนไม่มีอีกแล้วในตรีจักรวาล วลีคำที่พระมารดาชนนีได้กล่าวไว้ถึงเวลาสุดท้ายเจ้านั้นจะเห็นด้วยสายตาตนเองว่าใครพึงเคียงข้าง ใครคือใจและใครคือเส้นใยบางๆที่พึงนำพามารวมกันขึ้นเป็น๑เส้นสายแห่งศรัทธาพร้อมพลีกายและใจถวายต่อเราเหล่าเทพเทวดาที่เจ้านั้นรังสรรค์สร้าง เสียเวลากับคนมาก็มากแต่ที่เสียมานั้นให้ถือเสียว่ามันคือตำราแห่งมายาเล่มหนึ่งที่พึงจำไว้สอนใจ(ฉัน) ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าโดยปราศจากจำนวนผู้คนที่เคียงข้าง เราหาใช่ปรารถนาต้องมากด้วยจำนวนผู้คนที่นั่งพลีถวายต่อเรา เรามีใจและใจของเรานั้นก็คือปราณที่ขับเคลื่อนด้วยแรงแห่งศรัทธาชนพลีถวายต่อเรานั่นเอง พึงจำไว้ให้ขึ้นใจว่าเจ้านั้นสร้างมูรติแห่งเราขึ้นบูชาวันเวลาที่เวียนผ่านเราต่างรับในสิ่งที่มากเกินกับคำว่าทุกข์กายและทุกข์ทางใจของผู้คนเหล่านั้นมามากมายเพียงใด สิ่งที่เวียนผ่านมากว่า๓ทศวรรษกับความต้องการของคนนั้นหาใช่หน้าที่แห่งเราไม่ จึงไม่จำเป็นที่ต้องให้กองทุกข์ในสังขารที่เรียกว่าคนเดือด คนร้อนมาร่วมพลีถวายต่อเรา คนต่างกำเนิดเกิดศรัทธาหาใช่ทางเลือกที่นำพาให้เกิดความสงบสุข ท้ายสุดแล้วสุขของผู้คนที่เอ่ยนามแห่งเรานั้นต่างก็เพื่อวิงวินร้องขอ ขอให้ตนนั้นสมปรารถนาในสิ่งที่อยากจะได้มาครอบครอง คนทุกคนที่เอ่ยนามแห่งเราล้วนอยากมีความสุขนำพาความสบายมาสู่ตนด้วยกันทั้งสิ้น …

*** จิตจำนงตรงต่อพระมารดาชนนี๑เดียวในดวงใจ ***

จงเลือกเฉพาะคนที่เคียงข้างในยามที่เจ้านั้นต้องประกอบศาสนว่าด้วยพิธีปิดปราณต่อเรา เรามีชีวิตและในเวลาเดียวกันนั้นเราก็มีจิตใจจงก้าวเท้าเข้าสู่สถานที่แห่งเราสถิต แล้วจงมองออกไปเบื้องหน้าในแต่ละคำคืน คืนแล้วคืนเล่าที่สายใยอันบริสุทธิ์เพียงไม่กี่เส้นใยนั้นไฉนเลยถึงไม่ห่างหายไปจากสายเนตรแห่งเรา สายใยเพียงไม่กี่เส้นที่มาร่วมพลีถวายต่อเราเคียงข้างเจ้าในสถานแห่งเราด้วยความบริสุทธิ์ใจ จงเก็บใจเหล่านั้นไว้ในวันที่เปิดปราณแห่งเราให้กลับมามีชีวิตบนพื้นปฐวีสถานเคียงไพรในวันที่เจ้านั้นยาตราเราสถิต ณ. มหามายา ภูมายาเทวีสถาน ปราณแห่งเราเหล่าเทพเทวดาก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์และผู้คนที่ศรัทธาในเรา เราเกิดขึ้นจากการวิงวอนร้องขอให้ยาตราสถิต การสถิตของเรานั้นต่างประกอบขึ้นด้วยหลายหลากว่าด้วยศาสนพิธีประกอบการสถาปนา การโยกย้ายสถานแห่งเราสถิตก็พึงผ่านการปิดปราณให้แล้วเสร็จ ด้วยเส้นใยบริสุทธิ์ที่มากด้วยใจเป็นที่ตั้งร่วมพลีถวาย ก่อนที่สายเนตรแห่งเรานั้นจะปิดลงในค่ำคืนสุดท้ายแห่งศาสนพิธี ปิดปราณ จะแล้วเสร็จ …

*** กว่า ๒ทศวรรษที่ยืนเคียงกัน***

ศาสนพิธีที่เรานั้นให้กระทำในแต่ละค่ำคืนนั้นไม่ต้องมากด้วยมันตราใดๆ ไม่ต้องมีผู้ใดมานำสวดประกอบกิจใดๆพลีถวายต่อเรา ขอเพียงมีใจนำพากายเข้าร่วมให้บังเกิดเงาทอดผ่านบนพื้นเทวลัยที่เราสถิตพร้อมหยิบจับดอกและใบอันเป็นมงคลจบขึ้นเหนือศีร จิตภาวนาถึงเราเหล่าเทพเทวดาเสมือนเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แล้วเสร็จก่อนยาตราสู่ *** มหามายา ภูมายาเทวีสถาน *** การบอกกล่าวที่เรียกกันติดปากว่าโอการบวงสรวงใดๆไม่ต้องมี เพราะด้วยศรัทธาหาใช่ต้องว่าจ้างใครมานำพาให้บังเกิดด้วยพิธีกรรม ทุกสิ่งนั้นต้องบังเกิดขึ้นจากใจ ต้องเกิดขึ้นจากกายของแต่ละคนนั้นคือความพร้อมเพรียงเรียงเคียงกันเบื้องหน้าเราเท่านั้นก็เป็นพอ ด้วยเรามีใจด้วยเรามีจิตเรายาตราในทุกครั้งคราก็เพื่อมอบแสงสว่างนำทางกับทุกคนที่เอ่ยนามแห่งเรานั้นให้สำเร็จ ในเวลาเดียวกันเรานั้นก็พึงอยากเห็นสายใยที่เรานำพาความกระจ่างได้สาดส่องสว่างผ่านการกระทำให้สำเร็จเหล่านั้น ร่วมสรรเสริญถวายต่อเราณ.สถานที่แห่งเราก่อนที่จะกลายเป็นตำนานแห่งเราศรีมหากาลีเคยสถิต … 

*** กว่า ๒ทศวรรษที่ยืนเคียงกัน ***

สถิตณ.กลางใจในคนนั้นเป็นเรื่องยากกว่าสิ่งใดในโลก เพราะโลกแห่งความเป็นจริงนับได้น้อยใบเสียเหลือเกิน ที่เกินไปกว่าโลกแห่งความจริงนั้นหาใช่โลกแห่งมายาแต่โลกที่มากด้วยมายาสาไถที่บังเกิดขึ้นแล้วต้องจดจำ ขนาดเราเป็น๑เทวีผู้มากด้วยความการุณโดยแท้ คนผู้ศรัทธาในนามแห่งเรายังต่างแฝงในเทวลักษณ์แห่งเรานำพามาด้วยทรัพย์ซึ่งสุขส่วนตน อย่าได้เอ่ยความใด อย่าได้เรียกร้องขอใคร จงทำเท่าที่ทำได้และทำเท่าที่เวียนผ่านมาในแต่ละค่ำคืนให้บังเกิดสุข สุขนั้นจะเห็นถึงสัจธรรมกับความเป็นคนพึงก้าว๒เท้าเข้าสู่เทวลัยที่เราสถิต กราดตามองให้รอบเห็นภาพใดภาพนั้นคือภาพแห่งความจริง และไม่เห็นภาพเงาใดที่ฉายลงสู่พื้นเทวลัยแห่งเรา จงมองให้ผ่านและวางร่างที่ปราศจากเงานนั้นให้สิ้นไปจากใจ เพราะใจเขาหาใช่มีเราจงอย่านำใจที่ไร้สิ้นเรามาทอดผ่านในเส้นทางแห่งเรา ยาตรา เป็นพอ …

*** กว่า ๒ทศวรรษที่ยืนเคียงกัน ***

หลายสิ่งที่ผ่านล้วนเป็นวันวาน มองวันวานให้เป็นตำราชีวิตตำราใดที่เวียนผ่านมาให้หยิบจับขึ้นศึกษา อ่านให้ออกแต่อย่าได้คิดขีดเขียนลงบนตำราเล่มนั้นที่เวียนผ่านเข้ามาให้เปลี่ยนไปจากความเดิมของเนื้อหาชีวิตในตำราแต่ละเล่ม ตำราแต่ละเล่มที่เวียนผ่านต่างเขียนบทความในตำราด้วยความนึกคิดที่แท้จริงของเจ้าของตำราแต่ละเล่ม จงอย่าคิดเลือกที่จะอ่านในตำราชีวิตรายวันเหล่านั้น ตรงกันข้ามพึงตั้งใจอ่านตำรารายวันในแต่ละเล่มอ่านให้ออกทำความเข้าใจกับความหมายแฝงผ่านการกระทำ ตน แล้วจะเข้าใจในแก่นแท้ของตำราชีวิตแต่ละเล่มที่เวียนผ่านมาให้ศึกษา แก่นแท้ความเป็นคนบนเส้นทางแห่งมายาด้วยศรัทธานำพานั้นที่สุดแล้วก็คือ ตน *** ตนพึงเป็นที่พึ่งแห่งตน *** หากไร้สิ้นตนนั้นก็หมายถึงไร้สิ้นซึ่งเข็มทิศที่คอยชี้นำทางสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ จะสำเร็จในเส้นทางแห่งมายาล้วนต้องผ่านตำราชีวิตด้วยมายาต่างสาไถของผู้คน แล้วจะถึงทางสว่างว่าที่เราให้เวียนกลับไปก้าวเดินดิน หว่าน ไถเมล็ดพันธุ์ธัญพืชให้เจริญงอกงาม จะงามด้วยคุณค่าพึงต้องเลือกเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ก่อนกำใส่มือสาดหว่านลงสู่พื้นปฐวี จึงจะงอกงามสมบูรณ์ดี …

*** กว่า ๒ทศวรรษที่ยืนเคียงกัน ***

สิ่งที่เราเคยกล่าว สิ่งที่เราเคยสอน และสิ่งที่เราเคยสั่งให้ปฏิบัติตนมากว่า๓ทศวรรษนั้นขณะนี้อยู่ในช่วงทบทวนความว่าด้วยบทเรียนชีวิต สิ่งที่คิดว่าใช่ก็ไม่ต่างอะไรกับภาพลวงตา ตาเท่านั้นที่เห็นภาพสะท้อนกลับนั้นคือความเป็นจริง จริงที่ว่าสุขในวันนี้แท้ที่จริงแล้วมันก็คือทุกข์ในวันหน้า มิเช่นนั้นจงอย่าเลือกหน้าที่เจ้าชอบ แต่จงเลือกเปลี่ยนมาเลือกที่ใจ ใจที่ผ่านการกระทำตนนั้นคือเส้นใยที่เราได้เลือกให้กระทำให้เจ้าเห็นว่าสัจธรรมกับความเป็นจริงไม่ได้อยู่ห่างกายเจ้าเลยแม้แต่น้อย แท้ที่จริงแล้วความจริงมันตามเจ้าเสมอเสมือนกับเงา จงมองภาพแห่งการกระทำผ่านแสงแห่งประทีปที่สาดส่องสว่างมันจะบังเกิดเงาแห่งศรัทธา และเงาแห่งศรัทธาที่ผ่านสะท้อนกับแสงสว่างที่นำพามาไว้เบื้องหน้าเรานั้นมันคือ เงาแห่งความเป็นจริงที่เจ้านั้นพึงมอง …

*** กว่า ๒ทศวรรษที่ยืนเคียงกัน ***

อย่ากลัวในความเป็นจริง และเมื่อรู้ความจริงอันใดผ่านการกระทำตนของคนนั้นแล้วอย่าได้โกรธ ให้คิดเสียว่าสิ่งที่ผ่านมานั้นมันคือวิบากแห่งกรรม เมื่อพ้นกรรมต่อกันแล้วจงวางเส้นใยเหล่านั้นที่จางหายไว้ในสถานแห่งเราที่กำลังประกอบศาสนพิธีปิดปราณ วางความทรงจำในอดีตไว้ณ.ที่แห่งนี้พร้อมปิดตายกับเส้นใยเหล่านั้นอย่าได้ให้เวียนผ่านในสายเนตรแห่งเราอีกเป็นพอ นั้นก็หมายถึงหมดด้วยกรรมดีที่ร่วมสร้าง หมดด้วยวาระร่วมเคียงด้วยความหมดสิ้นแล้วด้วยใจนั่นเอง จงทำทุกสิ่งด้วยตนเองแม้วันข้างหน้าหากไร้สิ้นใครเคียงข้างในบาทวิถีที่ต้องก้าวเดินเคียง เจ้าเท่านั้นที่พึงลงมือและลงแรงกระทำในสิ่งที่พึงกระทำพร้อมก้าวไปสู่ความสำเร็จในบาทวิถีแห่งศักติมายาที่เรานำพาเท่านั้นพอ …

*** กว่า ๑ทศวรรษที่ยืนเคียงกัน ***

อย่าได้ให้ทุกสิ่งที่เราให้เจ้าสร้างมากว่า๓ทศวรรษนั้นพังลงด้วยวิบากกรรมแห่งมิตร ไม่มีมิตรแท้ใดที่มีคุณลักษณะเส้นสันหลังชี้ขึ้นฟ้าและทิ่มลงปฐวีจะเป็นมิตรแท้ แต่มิตรแท้ที่เจ้าพึงมีไว้เคียงกายนั้นก็คือสรรพสัตว์ที่ก้าวเดินบนปฐวีสถานเคียงเจ้า ด้วยเส้นสันหลังของมันที่เกิดกำเนิดมาขนานฟ้าและขนานดินนั่นคือคุณลักษณะเด่นชัดในการเลือกคบหามิตรแท้ ตรงกันข้ามคนเป็นมิตรต่างหมอบคลานเข้าหาเรา ยังไร้สิ้นใจในวันเวลาที่เวียนผ่านได้ เช่นนั้นเจ้าพึงคิดได้ว่าทุกสิ่งที่ผ่านมันคือมายาแสร้งสาไถที่สนุกมามากเพียงพอแล้วนั่นเอง จงเริ่มต้นใหม่กับบาทวิถีเคียงดิน ผืนดินคือตำราที่พึงศึกษามีมากมายหลายสิ่งให้ค้นคว้าหามาด้วยความเพียร ความเพรียรคือการเรียนให้รู้ รู้แท้ต้องรู้จริงผ่านการกระทำด้วย๒มือและเท้าและ๒เท้าที่เจ้ามี ท้ายสุดตนนั้นคือที่พึ่งแห่งตนเจ้าจะสุขใจ กราบ …

*** กว่า ๑ทศวรรษที่ยืนเคียงกัน ***

น้อยด้วยเส้นใยบางๆที่ยืนพลีถวายการบูชาเบื้องหน้าเรา ไฉนเลยเส้นใยเหล่านั้นถึงมิได้นำพามาด้วยทุกข์ใจจึงไม่นำพาให้กายเป็นทุกข์ เพราะเส้นใยเหล่านั้นหาได้อิฉาเส้นใยเหล่านั้นหาได้ริษยาในสิ่งที่เจ้ากำลังกระทำ ตรงกันข้ามเส้ยใยแห่งศรัทธาเหล่านั้นพร้อมนำส่งด้วยแรงกายพร้อมแรงใจเข้าร่วมเคียงศาสนว่าด้วยพิธีปิดปราณต่อเราทั้งๆที่ไม่มีเจ้าเข้าร่วม เส้นใยเหล่านั้นก็ยังคงทำและปฏิบัติตนได้เสมอเหมือนมีเจ้าเข้าร่วม ร่วมแรงร่วมใจให้เป็น๑หนึ่งที่เราหวังอยากจะเห็นนั้นก็คือ เส้นสายภักดีแห่งความสามัคคี ทุกศาสนว่าด้วยพิธีพลีถวายต่อเราเส้นใยเหล่านั้นไม่เคยได้รู้ว่าจะเสร็จสิ้นลงเมื่อใดแต่สิ่งที่เส้นใยบางๆเหล่านั้นรู้คือ พร้อมกระทำตนถวายต่อเรา นั้นคือสุขที่เจ้าพึงมอง และเป็นสุขบริสุทธิ์ด้วยใจและกายที่เจ้านั้นพึงหยิบจับขึ้นมาไว้เคียงสถาน สถานแห่งเราไม่ต้องมากด้วยผู้คนแต่จงมากด้วยการให้ซึ่งความสำเร็จกับเส้นใยแห่งศรัทธาณ.เบื้องหน้าเราเท่านั้นพอ …

*** ทักษิณามันตรา ปิดปราณมูรติพระมารดาชนนี ๑เดียวในดวงใจ ***

หลายหลากเส้นสายที่เวียนหน้าเข้าร่วมสรรเสริญศาสนพิธีทักษิณามันตรา พลีถวายเบื้องหน้ามูรติเทวีประธาน ไม่ต้องมากความอันใดให้มากเรื่องจากก่อนเคยต้องตามถามไถ่ใครมาใครเข้าเรือน จากวลีคำพระมารดาชนนีกล่าวถึงตำราชีวิตกับสัจธรรมในความเป็นจริงที่พึงจะเป็น อิฉันไม่ถามไม่ตามและไม่เรียกใครเข้าร่วมเลย เพราะศาสนพิธีนี้คือต้องมีใจ ภาพทุกภาพสะท้อนให้อิฉันเห็นถึงสัจธรรมในบาทวิถีในวันข้างหน้า ไม่มีใครเราก็ทำได้ และเมื่อเส้นใยเหล่านั้นไม่มีเราเขาก็อยู่ได้เช่นเดียวกัน ใครจะสุขใครจะทุกข์หาใช่สิ่งที่เราพึงจะต้องรับรู้ ใครจะเป็นใครจะตายจากก็หาใช่สิ่งที่เราต้องฝืนกงล้อแห่งวิบากกรรม วางให้สิ้นไว้ณ.สถานที่แห่งนี้เมื่อยาตราพระมารดาชนนี ด้วยหน้าที่ๆอิฉันต้องกระทำนั้นยังมีอีกมากมายหลายหลากสิ่ง ขดหยักในสมองยังต้องเก็บไว้คิดอ่านกับงานรังสรรค์สร้างเทวลัยองค์ใหม่ถวายพระมารดาชนนี๑เดียวในดวงใจ หมดเวลากับคนหมดเวลาวัดใจคนและฅน ท้ายที่สุดแล้วนั้นจุดหมายปลายทางชีวิตของคนแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ต่างคิด ต่างกระทำ ลมหายใจเรายังมีเราพึงทำให้แล้วเสร็จก่อนที่จะเป็นร่างไร้สิ้นลมหายใจ หาได้กระทำอะไรดั่งจิตมโนไว้ได้ไม่นะเจ้าค่ะ …

*** ทักษิณามันตรา ปิดปราณมูรติพระมารดาชนนี ๑เดียวในดวงใจ ***

คนเราเมื่อมีพบก็ต้องมีจาก คนเราเหมือนกันทุกคนไปเมื่อมีเกิดกำเนิดเป็นเราได้ฉันใดฉันท์นั้นเราทุกคนต่างหนีความตายไปไม่ได้เช่นเดียวกัน ทุกสิ่งต่างกำเนิดเกิดขึ้นด้วยบุญที่กระทำนำส่งให้บุญนั้นเป็นกุศลด้วยผลบุญที่กระทำนำแต่งขึ้นเป็นบาทวิถีที่แต่ละคนเลือกเดิน อิฉันเองก็เช่นกันยังมีอะไรอีกมากมายหลายสิ่งที่ต้องกระทำตามความมโนในจิตให้บังเกิดกับศรัทธาเป็นจริง ด้วย ฉันทศิลปศาสตร์ที่ได้เรียนรู้มาผสมผสานกับความมโนในศรัทธารังสรรค์สร้างสถานแห่งมหามายาในศักติมายา ไว้ให้เป็น๑มรดกของแผ่นดินสยาม ศรัทธาเกิดกำเนิดขึ้นสามารถทำได้ด้วยตัวเราเอง ทรัพย์เราเองหาได้ต้องเรี่ยไรทรัพย์จากใครมาร่วมสร้าง ศรัทธาเกิดกำเนิดขึ้นจากความมโนในจิตเราๆทำได้ เราหยิบจับให้สัมผัสได้ถึงแรงแห่งศรัทธาที่เรามีเท่านี้ก็สุขใจนะเจ้าค่ะ …  

*** บาทวิถีที่ฉันเลือกเดิน ***

ดั่งวลีคำพระมารดาชนนี ๑เดียวในดวยใจได้กล่าวไว้ บาทวิถีชีวิตใหม่ที่เจ้ากำลังเริ่มต้นก้าวเดินนั้นยังอีกแสนยาวไกลหนทางที่ต้องเดินนั้นยังมีขวากหนามแหลมคมที่พร้อมให้ฟันฝ่าด้วยอุปสรรคขวากหนามอีกมากมาย สิ่งที่ผ่านมา๕ทศวรรษนั้นคือบทเรียนไว้สอนใจ จงจำใส่ใจไว้ให้แม่นยำว่าหากพบใครพึงหยุดนิ่งและรับฟังความพร้อมปล่อยวางด้วยคำทุกข์ที่เขาเล่าผ่านหู อย่าได้นำคำนำพาทุกข์ของเขาเหล่านั้นติดตัวกลับมาเก็บไว้เคียงกาย ฟังได้ต้องคิดได้และเมื่อคิดได้ต้องพิจารณาได้เช่นเดียวเดียวกัน จงอย่าได้ถอยหนีกับคำคนแต่จงทำตนให้พร้อมเดินก้าวไปข้างหน้าที่ปราศจากซึ่งบาทวิถีคนเดือด ไร้สิ้นซึ่งบาทวิถีคนคนร้อน บอกกับใจให้กระจ่างทุกสิ่งที่ผ่านมันคือทุกข์ของเขาหาใช่ทุกข์ของเรา หมดเวลาที่เจ้านั้นจะหยิบทุกข์ข้างกายมาเก็บไว้ในจิต จิตเจ้ายังต้องเหลือใจไว้ให้กับมิตรที่เราได้เลือกไว้ให้ร่วมเคียงในสถานแห่งเรา เมื่อเห็นแล้วด้วยภาพที่ผ่านสายเนตรแห่งเรา จงวางภาพที่มิได้เห็นให้สิ้นไป จงเก็บสิ่งที่เห็นขึ้นไว้ในใจทุกสิ่งนั้นคือสุขที่ร่วมกันสร้าง สุขนั้นเลือกได้จากเราเห็นแล้วคิดต้องพิจารณา เมื่อคิดดี พิจารณาดีแล้วพึงกระทำตนเสียใหม่ก่อนยาตราเราสู่ *** มหามายา ภูมายาเทวีสถาน *** ๑สถานแห่งมหามายาที่ปราศจากคำอธิฐานถึงทุกข์ ๑สถานที่ไร้สิ้นความโศก และเป็น๑สถานที่ไม่มีความเศร้าใดๆ สถานแห่งศรัทธาทุกย่างก้าวที่เจ้าก้าวเดินนั้นพึงได้ครบด้วยธรรมทั้ง๔ รูป รส กลิ่นและเสียง ถ้าทำได้บาทวิถีเจ้าที่ก้าวเดินนั้นก็จะนำพามาซึ่งสุขถาวร ด้วยมิตรที่เราเลือกไว้ให้ตราบนิรันดร์ กราบวลีคำพระมารดาชนนี๑เดียวในดวงใจ … เพลิงในมายา

 

 

Only registered users can comment.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น