Umakali

ปฐมบทกับความเป็นฉัน

พฤษภาคม 29, 2017

ปฐมบทกับความเป็น ฉัน … ร้อยเรื่องราว พันเรื่องเล่า หมื่นยันแสนกับความเป็นจริงที่ผ่านเข้ามาในวิถีชีวิตความเป็น ฉัน มากมายหลายสิ่งกับเรื่องราวในความเป็นฉันที่ไม่เคยแคร์ไม่เคยสนใจกับกระแสรอบข้างที่ผ่านเข้ามาแทบไม่เว้นวัน คนเราเมื่อมีคนรักก็ย่อมมีคนลักเป็นธรรมดาเพราะอิฉันเป็น๑เทยธรรมดาเดินดินที่มีลมหายใจเข้าออก มีกายาทึบแสงจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดเงาทอดยาวลงสู่พื้นดินที่ฉันก้าวเดิน โชคดีในภพชาติความเป็นฉันที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยมีทรัพย์ไว้ให้ผลาญเช่นใครอื่น ตรงกันข้ามพ่อ-แม่ที่ให้กำเนิดเกิดมาเป็น ฉัน กรอกหูเสมอมาว่าทรัพย์สินไม่มีให้สิ่งที่มีให้ไว้ติดตัวคือความรู้ เรียนได้เท่าไรเรียนไป ขอให้ตั้งใจเรียนใฝ่หาวิชาความรู้ไว้เป็นคลังนำพาทรัพย์ ทรัพย์ไว้ใช้จ่ายในวันข้างหน้าต้องมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของเราอย่าเบียดเบียนคดโกงใคร จะเสียถึงพ่อไม่สั่ง-แม่ไม่สอน ให้เป็นคนดี …

คำสอนจากวัยเด็กกับการเรียนที่จะรู้ รู้ใดไม่เท่ารู้วิชา วิชามีติดตัวไว้เพื่อต่อยอดสร้างความสำเร็จเป็นยอดคน จากวันวานในวัยเด็กก้าวเข้าสู่วันนี้ก็ผ่านมากว่า ๔๐ฝนผ่านมากว่า๔๐หนาว ทุกเรื่องราวที่ผ่านมาในวิถีชีวิตความเป็นฉันเสมิอนนิยายพื้นบ้านที่เล่าสู่กันฟังมีจริงบ้างเพียงน้อยนิดส่วนมากจะเล่าความเท็จเสียส่วนมาก ของแวดวงคนรอบข้างที่กรอกหูใส่ความต่อกันไม่เว้นวัน ถ้าจะถามว่าอิฉันคิดอย่างไรกับคนลักฉันชอบหมอบเฝ้าดูความเคลื่อนไหวในความเป็น ฉัน เฝ้ากราดวลีคำนำพาเล่าสู่กันฟังต่อทอดยอดเน่ายิ่งกว่าแมลงลงแปลงผักบุ้งโหรงเหรง ตอบได้เลยโดยไม่ต้องคิดให้เสียอารมณ์  เป็นธรรมดาของสัดโลก เน้นนะค่ะว่าเป้นธรรมดาของสัด(โรค)ที่ไม่ใช่สัตว์โลกมิเช่นนั้นอิเพลิงเริงมายาไม่เคยสนในจิตเลยสักคราว่าใครจะพูด ใครจะกราดด่าสาดเสียเทเสียว่าอย่างไร เพราะไม่มีสัดเป็นโรคตัวใดที่จะอิจฉาแลริษยาคนด้อยค่าในสังคม มิเช่นนั้นฉันจึงพึงพอใจกับความเป็นฉันที่ชีวิตนี้มากมายรายล้อมด้วยผู้คนเฝ้าหมอบติดตามข่าว ให้ความสนใจไม่ว่าจะทำอะไรดูเป็นกระแสไปเสียหมดไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ดูเหมือนจะเป็นข่าวฉาวในแวดวงคนลักอิฉันนับไม่ถ้วนกับแวดวงคนสิ้นคิดคาบข่าวสารความเป้นฉันกรอกหูเล่าความเท็จสู่กันฟัง ปั้นน้ำ เติมไฟ เสริมสร้างพลังมาร แต่งตนขึ้นเสมอเหมือนความเป็นฉัน ชินค่ะบอกเลยว่าชินแต่ไม่เคยชา เพราะสิ่งที่ฉันเป็นฉัน ฉันยอมรับแต่สิ่งที่ไม่ใช่ฉันที่เป็นฉันไม่เคยเว้นไม่ว่ามันผู้นั้นจะเป็นใคร ลูกเต้าเหล่าใครไม่เคยถาม กราดด่ามันทุกตัวและทุกวันพาเพลินดี หากไม่มีอะไรดีในวิถีชีวิตคงไม่มีใครหน้าไหนเฝ้าหมอบติดตามนำพาความเป็นฉันไปเป็นเงามันอย่างแน่นอน … เพลิงในมายา

 

 

๑๐๘ มงหรือไร … คำแต่โบราณมักกล่าวส่งต่อถึงกันยันชั่วลูกสืบหลานกับวลีคำ ๑๐๘มงกุฏ  อิฉันหรือเทยร้อยมงกุฎ ร้อยเรื่องราวพันแสนยันล้านเรื่องเล่ากับความเป็น ฉัน ที่ผ่านมาตั้งแต่จำความได้กับแวดวงคนรอบข้างมากคนรักมักมีคนชังเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนลักที่ไม่ธรรมดามันคือเรื่องจริงล้วนแล้วแต่ก้าวเท้าเช้า-ออกในเรือนชานบ้านฉันมีทั้งดีและเลวไม่ซ้ำหน้า ที่ต้องกล่าวด้วยวลีคำว่าไม่ซ้ำหน้านั้นก็คือ *** คนเลว *** เลวอย่างหาที่สุดมิได้จริงๆกับใจคนบางจำพวก เพราะคนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในเรือนชานมายาเทวีฉันไม่ถามและไม่เคยพบหน้าคาดตามาก่อนว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครดืมนมจากเต้าของใคร  พ่อ-แม่ยันบรรพชนรวมถึงบรรพบุรุษของคนเหล่านั้นมีเชื้อมีสายในกมลสันดานความเป็นคนดีหรือเลวต่อสังคมภายนอกรอบข้างเรือนเช่นไร ฉันเชื่อว่าสายเลือดย่อมไม่ทิ้งแถวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนหางแถวของเผ่าพันธุ์ของคนลักดีจะผ่านเข้ามาในเรือนชาน ทุกครั้งที่มีมิตรใหม่มิตรที่ผ่านมาด้วยการแนะนำตนจากคนรอบนอกมาสู่ฉัน ต้องบอกไว้ณ.ที่นี้เลยว่าหาคนรักจริงยากยิ่งกว่าอื่นใด ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในเรือนชานมายาเทวีล้วนแล้วแต่มีความหวัง หวังที่จะเห็น หวังที่จะเป็น หวังที่จะลักในยามที่ฉันหยุดพักและสุดท้ายมันก็ปิดฉากความหวังของมันเหล่านั้นลงด้วยการกระทำตนของตัวตนในความเป็นมันทุกคนไป คนจิตตกต่ำด้วยการกระทำตัวแสดงตนมากความมั่นหน้าในสิ่งผิดของสันดานความเป็นตัวมันเองทั้งสิ้น …

๑๐๘ มงกุฏวลีคำนี้เคยได้ยินผ่านหูมาโดยตลอดสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ขนาดคนเห็นในสิ่งที่ฉันเป็นฉันยังกลับไปแต่งเติมเสริมความตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จสู่กันฟังได้เลย นับประสาอะไรกับคนอีกหลายร้อยพันคนที่ไม่เคยได้สัมผัสตัวเป็นๆกับความเป็นฉัน มันจะเล่าวลีความจริงที่ฉันเป็นได้อย่างไรจริงไหมค่ะ มิเช่นนั้นบอกเลยว่าเรื่องใดที่เป็นจริงฉันยอมรับอย่างภาคภูมิใจ ตรงกันข้ามเรื่องใดที่ไม่เป็นความจริงฉันไม่เคยเก็บไว้ในจิตให้มั่วหมอง เพราะฉันเป็นคนชอบเล่าโดยเฉพาะเรื่องเล่าเพลาปะ ฉะ ดะ แฉวิถีมารรอบข้างที่ต่างอิงอาศัยนามแฝงเถื่อนไม่แสดงตัวตนผ่านสื่อออนไลน์ บอกเลยว่าชอบมากเป็นพิเศษ บางตัวบางตนไม่เคยแม้แต่จะก้าวเท้าเข้าเรือนแต่สาระแนเป็นสันดานรู้ไปหมด รู้ในทุกสิ่ง รู้มากรู้มายแต่ไร้สิ้นซึ่งเมโลดี้ที่น่าฟัง ชีวิตฉันที่เป็นฉันเปรียบเสมือนบทเพลงที่บรรเลงไม่เคยผิดคีย์ คีย์แห่งคุณงามคีย์แห่งความดี-คิดดี ดั่งวลีคำที่ฟ้าเรือนชานมายาเทวีได้กล่าวไว้เมื่อครั้งครายาตรา คนทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนกำเนิดเกิดมาเป็น ๑ วัตถุที่ทึบแสงสุริยันฉายแสงผ่านแสงวัตถุทึบแสงใดย่อมมีเงาตกกระทบลงสู่พื้นที่อิงอาศัยด้วยกันทั้งสิ้น มิเช่นนั้นพึงรักษ์ไว้ซึ่งเงาแห่งตน ตนที่เป็นตนหาใช่เงาใครอื่นมาตกทอดแทนเงาแห่งตน คนจะไม่ลืมตนพึงมองย้อนตนกลับไปดูเงา เงาจะบ่งบอกว่าเรานั้นกำลังกระทำอะไร ทำสิ่งใด อยู่หากสิ่งที่เห็นคือเงาเรากำลังกระทำนั้นก็คือเราที่เป็นเรา อย่างไร้สิ้นตนเมื่อต่อแสงสว่างสาดส่อง ไม่มองตนไม่มองเงาก็ไร้สิ้นซึ่งเงาตนนั่นเอง …

 

 

เงาความเป็นตัวตนของตัวเราเองต่างสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่ตัวเรากระทำไม่ว่าเรานั้นกระทำในสิ่งใด เงาเรานั้นล้วนต่างกระทำดั่งแสงสาดส่องสะท้อนสิ่งที่ทำให้เราพึงมอง มองตนในสิ่งที่กระทำคือยอดคนอย่างน้อยไม่มีใครมองเงาแห่งเราแต่สิ่งที่ธรรมชาติรังสรรค์แสงสว่างไว้สาดส่องก็พึงย้อนดูเงาแห่งเรา เราที่เป็นเราและพึงกระทำเงานั้นให้ออกมาจากใจสื่อสัมพันธ์ส่งต่อกันกับมิตรเคียงกายให้ก้าวเดินบนวิถีแห่งเราด้วยความเป็นจริง ความจริงเป็นสิ่งไม่เคยตายเพราะแสงแห่งสุริยันฉายผ่านคราใดสิ่งที่ตกทอดคือเงาแห่งเรา เราพึงก้าวเดินเคียงเงา และเงานั้นจะทอดยาวไกลตราบนานแสนนานหากเรานั้นรู้ที่จะหันมามองเงาแห่ง ตน ฉันเองก็เป็น๑ในกายาทึบแสงจึงไม่แปลกที่ฉันจะมีเงาทอดยาวลงสู่พื้นที่บ่งบอกถึงความเป็น ฉัน ฉันไม่เคยอิงใครขึ้นมาเป็นตัวตนของความเป็นตัวตนของความเป็น ฉัน และฉันก็ไม่เคยแม้แต่จะดึงเอาพระนามใดในตรีจักรวาลลงมาสวมทับกายาเพื่อแสดงตนเป็นเงาแห่งเทวดาพระองค์นั้นเช่นใครอื่น เพราะเทวดาในเรือนชานมายาเทวีต่างอบรมสั่งสอนชี้นำพาให้ ฉัน เข้าถึงสัจธรรมกับความเป็นจริง ความจริงแท้เป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุดกับวิถีชีวิตความเป็นฉันที่แตกต่าง ต่างอย่างเห็นได้ชัดๆกับความเป็นตัวตนของตัวฉันเอง เพราะชีวิตฉันที่ผ่านมาไม่เคยหยิบกางตำราในด้านศาสตร์แห่งศรัทธาใดมาปฏิบัติ …

ฉันไม่เคยอ้าปากถามความในวิถีศรัทธาที่ฉันเลือกเดินกับใครหน้าไหนทั้งสิ้น  เพราะสิ่งต่างที่เทวดาในเรือนชานสอนให้แยกและจำแนกให้เห็นในทุกสิ่งว่าด้วยสิ่งที่มากด้วยคุณค่าของมวลมนุษย์บนโลกใบนี้นั้นหาใช่สิ่งของมีค่าของเหล่าทิพย์สภาเบื้องบนปรารถนาไม่ ตรงกันข้ามสิ่งที่ทิพย์สภาเบื้องบนปรารถนานำพาสู่ผู้ศรัทธาในพระองค์มีนั้นก็คือ สติ ปัญญา ความเพียรหาในสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติร่วมรังสรรค์ หาใช่เพชร หาใช่ทองคำแลทรัพย์สินศฤงคารล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยหลักสำคัญของคนทุกคนบนโลกใบนี้หวังจะมีด้วยกันทั้งสิ้น แต่สำหรับฉันขอเป็นกะเทยมงเดียววางลงบนศีร มงแห่งความคิดดี กระทำดี และ๒ความดีที่ยึดถือมาตลอดชีวิตกับความเป็นฉันต่อยอดให้ฉันมีดีที่๓กำเนิดเกิดขึ้นในวิถีชีวิตความเป็นฉันนั้นก็คือ สถานที่ดีๆที่ฟ้ามีตา สวรรค์เปิดใจให้เป็น ๑ผู้รังสรรค์สถานแห่งมหามายาด้วยทรัพย์ส่วนตนไม่อิงแอบแนบทรัพย์ใครในสยามเมืองเกิดมาร่วมสร้าง สถานแห่งเทวาสถิต *** มหามายา ภูมายาเทวีสถาน *** คือหนึ่งสิ่งที่ฉันเชื่อว่าฟ้ามีตา สวรรค์เป็นใจ เบื้องบนเปิดทางมอบโอกาสดีๆให้เป็น๑ผู้รังสรรค์สร้างสถานแห่งเทวาสถิตย์เคียงสยามไว้เป็นมรดกแห่งศรัทธาของแผ่นดินเกิด ให้สายศรัทธาในฟ้าเดียวกันได้กราบไหว้บูชาในรูปแบบ ศัทธาเคียงดิน … เพลิงในมายา 

 

 

 

ปฐมบทแห่งการเป็นผู้รังสรรค์สร้างก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายพุทธศักราช ๒๕๕๕ ฉันเดินทางไปยัง อำเภอ ทองผาภูมิ จังหวัด กาญจนบุรี ด้วยความบังเอิญหรือไรนั้นมิทราบได้จนได้ที่ทางตามวลีคำฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวไว้ ศิลาสูงแต่พองาม ปากถ้ำของศิลาผานั้นพึงคล้ายใบโพธิ์ หันหน้าไปทางทิศอุดรภาคประจิมหรือที่เข้าใจง่ายๆนั้นก็คือทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นทิศที่๓๒ เมื่อรวมได้ ๕ นั้นก็หมายถึงทิศแห่งธาตุทั้ง๕จะนำพามาซึ่งความเป็นมงคลกับสถานรวมไปถึงผู้รังสรรค์ตลอดจนผู้ศรัทธาที่เวียนผ่านมาสรรเสริญถวายต่อเทพเทวาในสถานนั่นเอง พื้นที่โดยรอบศิลาหามาครอบครองก้าวแรกที่ฉันเห็นพื้นที่แห่งนี้ในใจกล่าวบอกตัวเองว่านี่หรือทุกสิ่งค้านสายตากับสิ่งที่มองเห็น ไหนภูเขาไหนปากถ้ำ ก้าวเท้าเดินเชิงปีนป่ายขึ้นไปบนเนินศิลาที่ทอดยาวลงมาผ่านแมกไม้หลายหลากสายพันธุ์ที่ปกคลุม ๒เท้าก้าวเดินเคียงคนใกล้ตัวที่รักษ์ฉันจนถึงบริเวณปากถ้ำจิตในกายาบอกกับฉันว่าพื้นที่แห่งนี้ฉันต้องครอบครองพร้อมรังสรรค์สร้างสถานแห่งมหามายาในพระนามแห่งพระศรีตรีเทวีที่ฉันรักษ์ให้แล้วเสร็จก่อนลาจากโลกใบนี้สู่ภพต่าง นั้นคือสัจจาธิฐานในจิตราด้วยมายาแห่งศรัทธาที่ฉันเอ่ยวาจาไว้ต่อฟ้าเรือนชานมายาเทวีที่ฉันรักษ์ … เพลิงในมายา

 

 

 

แสงตะวันกำลังใกล้ลับฟ้าถึงเวลาที่ฉันต้องเอ่ยคำลากับสถานที่ในฝัน สิ่งที่ไม่เคยลืมในทุกย่างก้าวของความเป็นฉันนั้นก็คือ เอ่ยวาจานมัสการจากใจในสัจจาวาจาธิฐาน สักวันลูกจะกลับมารังสรรค์สถานที่แห่งนี้ให้เป็นสถานแห่งเทวาสถิตเคียงไพรในพณา ด้วยทรัพย์ส่วนตัวที่ได้จากอาชีพฟ้าหนุนนำพาให้เจริญก้าวหน้ามากความสำเร็จต่อยอดด้วยผลกำไรจากอาชีพจะนำมาพัฒนาผืนป่าแห่งนี้ให้เป็น ๑สถานเดียวในโลกที่ไม่แฝงการพาณิชย์อันใดต่อเทพเทวา๑พระศรีตรีเทวีในดวงใจให้มัวหมอง หากลูกมีบุญนำพากุศลแผ่ไพศาลร่วมสร้างกับเทพเทวาณ.สถานที่แห่งนี้ขอให้ทุกอย่างสำเร็จด้วยการครอบครอง ลูกจะกลับมาอิงอาศัยณ.บั้นปลายชีวิตเคียงพระนามแห่งพระองค์บนสถานเคียงไพรแห่งนี้ ลูกสัญญาใจตั้งมั่นว่าลูกจะกลับมา … เพลิงในมายา

 

 

ถึงวันที่ฉันกลับมาตามสัญญาใจที่ให้ไว้กับเทพเทวาสถิตย์เคียงสถานที่มีศิลาผาสูงพองามเป็นองค์ประธาน ทุกย่างก้าวกับความเป็นฉัน๒เท้าก้าวเดินดินเคียงไพรในพณาถึงเวลาที่อิฉันพึงวางทุกสิ่งในพระนครเมืองมายา(ลวง) ถึงเวลาที่อิฉันจะก้าวเดินเคียงเหล่าสายใยสายศรัทธาในเรือนชานมายาเทวีณ.สถานที่แห่งนี้ ทุกสิ่งคือสิ่งใหม่แต่ไม่ใช่สิ่งแปลกเพราะฉันพร้อมที่จะเรียนรู้ให้อยู่กับธรรมชาติรอบข้าง การปรับตัวใช้ชีวิตเคียงไพรไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉัน เพราะฉันเชื่อว่าทุกสิ่งที่กำลังเริ่มกระทำความสำเร็จไม่ไกลเกิดเอื้อม สิ่งที่ผ่านมาในชีวิตวิชาความรู้ที่มีติดตัวมาทุกสายวิชาถูกนำพามาใช้ณ.สถานที่แห่งนี้ สิ่งที่ไม่เคยรู้ สิ่งที่ไม่เคยเห็น สิ่งที่ไม่เคยสัมผัสต่างเวียนวนผ่านเข้ามาให้ฉันได้เรียนรู้ในทุกๆด้วยดั่งฟ้ากล่าว ธรรมชาติคือครูอยู่กับครูต้องอาศัยความเพียรในตนเป็นที่ตั้ง ตั้งใจ ตั้งกายแต่อย่าตั้งวาจาด้วยสัจจาอันใด พึงกระทำแต่อย่าพูด สำเร็จดั่งใจปรารถนาแล้วจึงพูดคือยอดคน …

การใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งต่างที่ฉันเห็น การใช้ชีวิตกับมิตรเคียงสถานแห่งศรัทธาที่ฉันรังสรรค์ การใช้ชีวิตเคียงไพรไม่ใช่เรื่องยากเพียงปรับตัวปรับตนให้เข้ากับธรรมชาติที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปที่เรียกว่า ฤดูกาลเปลี่ยนให้ได้เป็นพอ การพัฒนาผืนดิน ความเพียรหาให้ได้มาซึ่งน้ำใต้พสุธาสถาน การพัฒนาขนายเขตนำพาไฟฟ้าให้เข้าถึง รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนทัศนียภาพโดยรอบให้คงอยู่กับคำว่า ไพรใรพณา ทุกสิ่งเปลี่ยนไปจากที่เคยอิงอาศัยในพระนครแสงเดือนและแสงดาวไม่เคยเห้นผ่านสายตา แสงสุริยันฉายพร้อมเสียงสกุณาร่วมขับขานในพงไพร เวียนมาให้ได้ชมทุกเช้าคำดั่งคำฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าว ธรรมชาติต่างรู้หน้าที่แห่งตนว่าเช้ายันค่ำพึงกระทำในหน้าที่ของตน เกิดเป็นคนอย่ามองใครอื่นจงมองสิ่งที่อยู่รอบข้างตื่นรับตะวัน หลับตาลงเมื่อดวงจันทราขึ้นตรงศีร ประกอบกิจการบูชาสรรเสริญต่อเราเหล่าเทวาพึงฟังเสียสกุณาในพงไพร ใบไม้นานาพันธุ์เเลเห็นเป็นสีเขียวนั้นหมายถึงเป็นเพลาแห่งความมงคลกำลังเวียนมาอีกคราในวันใหม่ สิ่งต่างที่หลับไหลในวันวานกำลังเริ่มทำหน้าที่แห่งตนในวันใหม่ความเจริญงอกงามกำลังเวียนมาอีกคราพึงมองโลกใหม่ปรับตนให้อยู่กับใหม่ที่ไม่ใช่สิ่งต่าง ก้าวเดินไปข้างหน้าในแต่ละวันกับสิ่งที่ธรรมชาติเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ฟ้าแลฝน สายลมแลแสงแดด จะสอนให้คนเคียงไพรเช่นเจ้าพบทางสว่างในวิถีแห่งคน เริ่มต้นกับการเป็นคนใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก ทุกสิ่งขึ้นอยู่ที่ใจเป็นที่ตั้ง๒เท้าก้าวเดินเคียงไพรให้ตรงตามเป้าหมายของชีวิตที่ฟ้าลิขิตสวรรค์บัญชาเป็นพอ อยู่อิงอาศัยกับผืนป่ารักษ์ไว้ให้ป่าคงไว้ซึ่งความเขียวขจี อยู่เคียงสัตว์ในสถานพึงทำตนวางตัวให้สัตว์นั้นไว้ใจในความเป็นมิตร มิตรที่รักในความเป็นเจ้านั้นคือสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติรอบข้าง หาใช่ผู้คนรอบข้าง พึงอยู่เคียงข้างกับสถานแห่งเราให้เคียงดิน … เพลิงในมายา

 

 

 

Only registered users can comment.

  1. “เงาความเป็นตัวตนของตัวเราเองต่างสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่ตัวเรากระทำไม่ว่าเรานั้นกระทำในสิ่งใด”,,,,,,,,, วลีนี้เพราะมากเลยค่ะ ช่างสรรคำคิดประดิษฐ์คำเขียนจริง หนูยอม

  2. Pingback: wilbanksel
  3. Pingback: progood
  4. Pingback: zoomint
  5. Pingback: aslimme
  6. Pingback: saddlerscreek
  7. Pingback: learndslr
  8. Pingback: timeforart
  9. Pingback: billgood
  10. Pingback: bikeclaim
  11. Pingback: vtracauto
  12. Pingback: learnstar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น