Umakali

สว่างกระจ่างจิต

กุมภาพันธ์ 6, 2018

ปฐมบทความ *** สว่างกระจ่างในจิต *** แสงประทีปสาดส่องใจโดยแท้หลายครั้งคราฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวถึง แสงสว่าง ทุกศาสนว่าด้วยพิธีกรรมไม่เคยขาดในแสงสว่างของเหล่าผู้ศรัทธาชนฉันใด ฉันนั้นจึงมองต่างในวลีคำแสงสว่างสาดแสงทางไปในคนละทิศแยกแตกต่างไปคนละทาง ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวแสงสว่างจากดวงประทีปนั้นหมายถึงพระเทวีแห่งความสำเร็จ เทวีลักษมีอวยชัย หากใส่ใจลงไปในแสงสว่างนั้นที่ส่องสว่างด้วยใจอันบริสุทธิ์ ทุกสิ่งจะสำเร็จลงได้ด้วยดีนั้นต่างพึ่งพาความสำเร็จนั้นๆผ่านแสงสว่างของจักรวาลนำพาด้วยกันทั้งสิ้น โลกใบนี้ก็เช่นกันทุกสรรพสิ่งมีชีวิตต่างหลับไหลในเพลาสิ้นแสงสูรย์ ลืมตาตื่นเริ่มสิ่งใหม่ให้ชีวิตในเพลาที่แสงสูรย์สาดแสงส่องแสงสว่างขึ้นอีกครานั้นคือกฎแห่งจักรวาลกำหนดขึ้นทั้งสิ้น คนทั่วทุกมุมโลกตลอดจนสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์พืชใบเขียวรวมไปถึงสัตว์นานาชนิดทั้งที่อิงอาศัยใช้ชีวิตบนบกและใต้ชลธีธารบนโลกใบนี้ ต่างก็พึงพาแสงแห่งดวงสุริยันฉายในการดำรงชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น ศาสนพิธีบูชาถวายเทพเทวดาเช่นเดียวกันก่อนเริ่มต้นพิธีกรรม การจุดแสงสว่างให้สาดส่องคือสิ่งเริ่มแรกที่นิยมใช้จากอดีตสู่ปัจจุบัน จะกี่ยุคกี่สมัยล่วงเลยผ่านแสงสว่างถูกนำพามาใช้ในวิถีชีวิตไม่เคยขาด หากสิ้นซึ่งแสงสว่างสาดส่องภาพแห่งความเป็นจริงต่างๆบนโลกใบนี้ก้ยากที่จะสะท้อนผ่านสายตาเราผู้เรียกตนว่า มนุษย์โลก ภาพแห่งจักรวาลรังสรรค์สร้างนั้นคือภาพแห่งความเจริญงอกงามในทุกสรรพสิ่งที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลที่ธรรมชาติร่วมรังสรรค์ไว้ให้มนุษย์โลกได้ชื่นชม …

 

 

ความเจริญงอกงามของทุกสรรพสิ่งล้วนพึงพาแสงแห่งดวงสุริยันฉายแสง ต้นไม้ทุกสายพันธุ์ต่อให้อิงอาศัยอยู่ใต้สายชลธีธาร เจริญงอกงามใต้มหาสมุทรสุดจะหยั่งลึกเพียงใดแสงสว่างจากดวงสุริยันฉายบนฟ้ากว้างก็ยังคงสาดแสงส่องสว่างให้ทั้ง๓โลกอันประกอบไปด้วย โลกแห่งฟ้ากว้าง โลกแห่งปฐวีสถาน ท้ายสุดนั้นก็คือโลกใต้สายชลธีธารได้รู้ว่า กลางวัน กาลเวียนเปลี่ยนมืดสนิทบังเกิดพึงหลับไหลนั้นคือกาลราตรีที่สิ้นด้วยแสงสูรย์สาดส่องด้วยแสงงามตาว่าแสงจันทราฉาย แม้ดวงจันทร์ที่สาดแสงสวยงามยามราตรีกาลก็ยังคงเป็น๑พลังแสงที่สาดส่องแสงจากดวงอาทิตย์สะท้อนมายังโลกที่เราอิงอาศัยตามกฎแห่งจักรวาลกำหนดขึ้นมานับล้านปีอย่างที่เราต่างทราบกันดีนะเจ้าค่ะ ศรัทธาก็เป็น๑การบูชาสิ่งที่อยู่เหนือศีรของทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตรวมไปถึงสิ่งต่างที่ไร้ตัวตนตามความเชื่อของมนุษย์โลกทั่วทุกมุมโลกที่เรียกว่า พลังแห่งศรัทธา ศรัทธาเกิดจากสิ่ง๑ที่เราหลงในมโนจิต บ้างก็หลงในใจตนกับจิตใต้สำนึกคิดไปเองบ้าง มโนจิตจากสิ่งที่เราเชื่อถือด้วยสติบ้างและไร้สติบ้างต่างก็เรียกสิ่งเหล่านั้นว่า พลังแห่งศรัทธา

 

ฟ้าเรือนชานมายาเทวีก็เป็น ๑พลังแห่งศรัทธาที่นำพาให้อิฉันกระทำ กระทำเพื่อเห็น เห็นในสิ่งที่ลงมือกระทำแล้วจะได้รู้ด้วยตา ตน  รู้ให้กระจ่างในทุกสิ่งต้องเพิ่มเติมความเพียรตนลงมือ-ลงแรงกระทำ เมื่อกระทำแล้วสิ่งนั้นจะส่งผลให้เราได้รับ(รู้) รู้ใดล้วนรู้ด้วยวลีคำเล่าอ้างแต่ถ้าจะรู้จริงต้องลงมือกระทำเห็นสิ่งที่พึงจะรู้นั้นด้วยตาตนเอง สว่างกระจ่างในจิตคำๆนี้ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวเมื่อครายาตราสถิตเรือนชานเมื่อปลายนักษัตร วอกศก ที่ผ่านมาว่าดวงอิฉันจะมีเงามืดบางสิ่งมาบดบังในราศีเกิด ด้วยบุญที่กระทำมาทั้งชีวิตนั้นเป็นเพียงเกราะกำบังสะท้อนให้เคราะห์หามยามร้ายหนักคลายเป็นเบา คนทุกคนต่างมีกรรมดีและกรรมชั่วอยู่ในตัวตนของตนควบคู่กันเพลาใดที่ยิ้มจากใจเพลานั้นคือกรรรมดีสาดส่องแสงผ่านลอยยิ้มด้วยกระจกแห่งดวงตาสาดส่องใจ เพลาใดที่จิตเรานั้นเศร้าหมองจะด้วยสิ่งใดก็ตามทีนั้นก็หมายถึงกรรมในจิตสะท้อนส่งให้บังเกิดทุกข์ทางใจ หากเพลาใดที่จิตเราเกิดความระแวงนั้นก็หมายถึงกรรมชั่วที่กระทำกำลังสาดแสงสิ่งอวมงคลนาๆประการที่เรานั้นต่างกระทำครอบงำใจตนนั่นเอง ๒ปีที่ผ่านมาแม้จะประกอบกิจในจิตว่าบุญและลงมือกระทำบุญไม่เคยขาด ความขลาดคือเงามืดที่ครอบราศีเกิดนั้นก็คือ เคราะห์หามยามร้ายมาเยือนจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดตลอด๑ปีเศษกับทุกข์ที่ใจหยิบยื่นให้แก่ร่างกายด้วยศัลยกรรมพาซวยอย่างที่ทราบกันดีนะเจ้าค่ะ …

 

 

ฟ้าเรือนชานมายาเทวีให้ปัดโศกด้วยโรคภัยครานี้ด้วย *** พลังแห่งรัก *** เน้นนะค่ะว่าพลังแห่งรักแท้เท่านั้นที่จะเป็นผู้นำพาดวงประทีปให้สาดแสงส่องสว่างสู่เบื้องหน้ามูรติของพระองค์ มิให้ดับแสงเป็นเวลา ๒ปี ด้วยหน้าที่แห่งการรังสรรค์สร้างสถานแห่งมายา *** มหามายา ภูมายาเทวีสถาน ***  อิฉันเองก็ต้องเดินทางเป็นว่างเล่นขึ้นเหนือลงใต้เวียนกลับพระนครมุ่งหน้าสู่มายาเทวีสถาน ก็ได้ลูกชายในเรือนชานเป็นผู้นำพาแสงสว่างให้สาดส่องเบื้องหน้าพระเทวี๑เดียวในดวงใจ ด้วยงานรังสรรค์สร้างกลางแดดหลายหลากหน้าที่ว่าด้วยพิธีกรรมและศาสนพิธีต้องแยกแบ่งหน้าที่เวียนผ่านจัดเตรียมงานว่าด้วยศาสนพิธีกรรมพลีถวายต่อพระเทวี๑เดียวในดวงใจที่อิฉันรักษ์ คนรักที่จะแสดงพลังแห่งรักแท้ก็ต้องกระจายสู่หลายหลากชีวิตในเรือนชานตามวลีคำของฟ้าเรือนชานมายาเทวีชี้นำ ความกระจ่างก็บังเกิดกับสายตาฟ้าเรือนชานมายาเทวีไม่เคยมอบบททดสอบใดๆอย่างที่หลายคนชอบนึกคิดมโนจิตลวงตนไปว่า ฟ้าลองใจ บทดสอบแห่งฟ้า แต่กาลในครานี้ฟ้าบอกกับอิฉันเพียงว่า งานใหญ่ที่เจ้านั้นกำลังกระทำคือการสร้างสถานในมายาแห่งเรา สิ่งสำคัญนั้นคือใจต้องเป็น๑เท่านั้นท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า ใจ ใจต้องเป็น๑ทุกสิ่งถึงจะสำเร็จ สมองเจ้ามี ปัญญาเจ้าพร้อม แต่สิ่งที่ขาดไปนั้นคือสติ สติที่หลงไปกับมายาของคน มายามีด้วยกันหลายรูปแบบแต่ละแบบที่ผ่านล้วนเป็นมายาของจิตคนทั้งสิ้น จากนี้ไปเราจะเติมสติให้เจ้าได้คิดและเห็นได้สัจธรรมของมายาชีวิตจริงด้วยตาเจ้าเองว่า หน้าที่ การกระทำ ของคนที่เรียกว่าศรัทธาในเราผ่านกายาแห่งเจ้านั้นจะต่างสมานรวมพลังสามัคคีกันเช่นไร  สิ่งที่เห็นสิ่งใดทีเรียกว่าพลังแห่งรัก และสิ่งที่เกิดขึ้นอะไรคือ รัก อะไรคือ แท้ และอะไรคือ จริง และสิ่งใดที่ปากว่ารักด้วยความเคารพแท้จริงนั้นต้องพ่ายแพ้ด้วยหน้าที่ๆต้องกระทำเจ้าจะรู้ได้ด้วยตาตนเอง เพราะแสงสว่างที่อยู่เบื้องหน้าเราตลอด๒ปีผ่านนั้นคือดวงชะตาราศีเกิดของเจ้าโดยแท้ สิ่งที่เวียนผ่านต่างประคองไว้ไม่ให้สิ้นแสงด้วยหน้าที่นั้นจะเหลือกี่คน นั่นคือสิ่งที่เจ้านั้นพึงนำพาพลังรักที่เหลือนเหล่านั้นรวมกันไว้ไว้ให้เป็น๑ เคียงสถานแห่งเราที่เจ้ารังสรรค์สร้างขึ้นนั้นก็คือ  มายาเทวีสถาน แห่งเรา …

 

*** ๑เดียวในดวงใจ ดุจดั่งแสงทองจากฟ้าเบื้องบนสาดส่องทาง ***

ระยะทางมนุษย์ชอบกล่าวว่าพิสูจน์แรงแห่งอาชา (ม้า) ฉันใด ฉันนั้นระยะทางของกาลเวลาด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบจะพิสูจน์ คน เจ้าจะรู้ได้ด้วยตาตนเองว่าใครพึงทำกาลใหญ่เคียงคู่กับเจ้าอย่างแท้จริง และใครที่พึงปล่อยมือให้ก้าวเดินไปตามวิถีที่เขาเหล่านั้นเลือกเดิน คนทุกคนต่างด้วยหน้าที่แต่สิ่งที่เราให้กระทำนั้นคือ *** มายาแห่งรักแท้ *** หาใช่เพื่อเจ้านั้นปลอดภัยทุกสิ่งเราจับวางให้หมดรอเพียงกาลแห่งเวลาเวียนผ่านนั้นคือ มายาแห่งเรา ด้วยจิตคนๆทุกคนจะต่างกันด้วยความคิด คนทุกคนหาได้คิดเสมอเหมือนกันกับเจ้าไม่ พึงจำไว้ให้ขึ้นใจอย่าเอาใจใครมาสวมใส่แทนที่ใจตน ตนพึงเป็นที่พึ่งแห่งตน คนทุกคนพึงกระทำในวิถีแห่ง ตน เมื่อกาลเวียนผ่านในเพลาดับสิ้นซึ่งแสงสูรย์ยังมีแสงจันทราฉายให้บังเกิดเงาทอดลงสู่ปฐวีสถานที่เจ้าก้าวเดินฉันใด ฉันนั้นจะไม่มีแสงสว่างใดในบนโลกใบนี้จะปัดทุกข์ปัดโศกให้ชะตาราศีมนุษย์โลกพ้นผ่านไปได้เท่าแสงแห่งความดีที่ ตน กระทำจงทำในสิ่งที่พึงกระทำ สิ่งที่จะกระทำต้องคิดให้ถ้วนถี่เมื่อคิดดีแล้วลงมือกระทำสิ่งนั้นคือสุขทางใจบังเกิดจะส่งให้เจ้านั้นกายเป็นสุข สุขแท้คือสุขที่ได้กระทำจงทำสิ่งที่อยู่ในจิตให้เป็นจริง แสงสว่างที่จะสืบชะตาส่งราศีให้ส่องสว่างนั้นคือ คุณงาม ที่ส่งให้กระทำ ความดี แสงแห่งความดีที่กระทำนั้นจะสาดส่องแสงสว่างเบื้องหน้าเราให้เจ้านั้นปลอดภัยพร้อมกับความสำเร็จที่กระทำด้วยใจบริสุทธิ์ พึงเพียร พึงกระทำ พึงสม่ำเสมอ ๓พึงคือพรแห่ง๓โลกจะบังเกิดในจิตตน  กราบในวลีฟ้าชี้นำพาให้มากด้วยสติก้าวเดินด้วยปัญญากับสัจธรรมความเป็นจริงนำพาชีวิต …เพลิงในมายา  

 

 

 

 

 

 

Only registered users can comment.

  1. สาธุ สาธุ สาธุ ศรัทธาแห่งพระองค์ ทั้งยามสว่างและยามมืด ในจิตตนเพียง ๑ เดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น