Umakali

วิถีแห่งมายา

พฤษภาคม 30, 2017

วิถีแห่งศรัทธา … มหามายาในนาฏลีลาแห่งมายาในพระผู้เป็นเจ้าที่มนุษย์ทั่วทุกมุมโลกต่างเชื่อว่าเป็นพลังงานหนึ่งที่อยู่บนฟ้าเบื้องสูง บ้างก็เชื่อสืบต่อกันมาว่าเทพเจ้าบนฟ้าเบื้องสูงนั้นต่างเคยเป็นมนุษย์โลกผู้เคยทำความดีเมื่อดับสิ้นลงจึงกลายเป็นเทพเจ้าให้ผู้คนนับถือเป็นแนวทางในการทำความดี แผ่นดินสยามเราก็เช่นกันคติความเชื่อมากมายหลายสิ่งที่ว่าด้วยจิตวิญญาณ ล้วนเป็นเรื่องเล่าที่สืบต่อกันจนกลายเป็นพลังแห่งศรัทธาว่าด้วยศาสนา และตามมาด้วยศาสนพิธีกรรมพลีถวายต่อเทพเจ้าที่ตนเคารพ … 

ปฐมบทครานี้จะกล่าวถึงศรัทธาความเชื่อแบบภารตะชนหรือที่เรียกว่าเทพเจ้าฮินดู อันมีมากมายหลายหลากพระนามตามแต่ใครจะเลือกนับถือแยกแตกต่างกันออกไปตามแต่ความเชือของแต่ละบุคคล บทความที่ฉันจะกล่าวจากนี้ไปบอกก่อนเลยว่าเป็นบทความเชื่อส่วนบุคคล และเป้นความเชื่อที่ฉันสัมผัสหยิบจับในทุกสิ่งพลีถวายเทวดาที่ฉันเคารพมากว่า ๓๐ ปีผ่านทุกวลีคำคือเรื่องเล่าที่นำมาแบ่งปันให้ทุกสายใยสายศรัทธาแยกจำแนกระหว่างศรัทธากับความงมงาย สิ่งใดดีเป็นประโยชน์นำกลับไปปรับใช้ ไม่ว่ากันสิ่งใดไม่เข้าใจถามฉันได้โดยตรงเพราะบทความที่นำเสนอจากนี้ไปคือ ประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตความเป็นฉันทั้งสิ้น … เพลิงในมายา 

๑บทปฐมกับเรื่องราวความเป็นฉันบนเส้นทางแห่งมายาว่าด้วยศรัทธา ๑หน้าที่ ๑สิ่งที่ต้องกระทำ ทำตัววางตนให้เป็น๑ผู้ศรัทธาที่นำพาผู้คนรอบข้างในเรือนชานมายาเทวีก้าวเดินเคียงกันบนวิถีแห่งสัจธรรมในความเป็นจริง จริงในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างที่เขาเหล่านั้นสามารถหยิบจับสัมผัสได้ถึงความเป็นจริงที่พึงกระทำ ทำในที่นี้หมายถึงทั้งต่อหน้าและลับหลังในสิ่งที่เขาเหล่านั้นให้ความเคารพต่อพระนามอันศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าเบื้องบน ๓๐กว่าปีที่ผ่านกับความศรัทธาที่ฉันมีต่อ ฟ้าเรือนชานมายาเทวี ๑เดียวในดวงใจ *** องค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมา-กาลีเทวี *** หลายสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตยิ่งกว่าละครแต่เป็นละคนชีวิตจริงที่มิได้อออนแอร์ให้คนนอกเรือนได้ชม แต่ผ่านการกระทำในแต่ละวี่วันต่อสิ่งที่ฉันเคารพนั่นเอง … เพลิงในมายา

หลายสิ่งต่าง หลายสิ่งที่ไม่เหมือนใครอาจจะด้วยความเชื่อในความมั่นที่มีอยู่ในใจฉัน กับประสบการณ์ชีวิตจริงที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปในทุกๆวินาที สอนให้ฉันพิจารณาในทุกสิ่งว่าไม่ควรปล่อยผ่านและไม่พึงมองข้ามกับทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่ใครต่างคิดว่าหยิบจับสัมผัสมิได้กับสิ่งที่เรียกว่า ลีลาแห่งมหามายา สำหรับฉันล้วนหยิบจับสัมผัสได้ทุกสิ่งที่เรียกว่า พลังในศรัทธา สิ่งที่ตอกย้ำศรัทธาให้ฉันคิดต่างนั้นก็คือการกระทำของคนๆทุกคนที่ฉันสัมผัสต่างนำพาผู้คนก้าวเข้าสู่ความงมงายกับชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น คำก็เทพสองคำก็มีเทวดาสามคำคือมีองค์(ใน)ทุกถ้อยคำของคนรอบข้างฉันล้วนแล้วอยากเป็นผู้วิเศษด้วยกันทั้งนั้น แท้ที่จริงหาได้เป็นเช่นนั้นได้ไม่คนทุกคนบนโลกใบนี้มีเพียงความเหมือน ต่างกันก็เพียงความละม้ายคล้ายคลึงกันก็เท่านั้นเอง แต่สิ่งต่างนั้นก็คือความคิดภายในจิตความเป็นคนที่แตกต่างกันฉันก็เป็น๑ที่แตกต่างจากคนรอบข้าง ฉันไม่เคยหยิบจับสัมผัสใครขึ้นมาเป็นเทวดาที่ฉันเคารพ ในเวลาเดียวกันฉันเฝ้ารอคอยผู้คนมากหน้าหลายตาต่างมุ่งหน้าก้าวเท้าเข้าสู่เรือนชานบ้านฉัน ฉันใช้เวลามองพร้อมพิจารณาในแต่ละคน จนได้คนที่ฉันพึงนำมาฝึกหัดให้เป็น๑ศรัทธาเคียงข้างฉัน ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกันกับฉันบนสถานแห่ง มหามายา ภูมายาเทวีสถาน ที่ฉันรังสรรค์ถวายต่อทิพย์สภาเบื้องบน …

ฉันมองหลายสิ่งนำมาพิจารณาจากหลายๆด้านว่าแต่ละคนมีความพร้อมกับความเหมาะสมมากน้องเพียงใด ฉันควรจะสอนใครและจับวางมอบหมายหน้าที่ในแต่ละสิ่งให้กับใครเป็นผู้กระทำในสิ่งที่ฉันเคยปฏิบัติต่อสิ่งที่เรียกว่า มหามายาที่ฉันศรัทธา ปัจจัยหลักสำคัญคือระยะเวลาในการทำตนมิใช่ปฏิบัติตน ตนที่จะเคียงข้างฉันสิ่งแรกเริ่มคือ ความตั้งใจ ความอดทน และความสม่ำเสมอในหน้าที่ๆพึงกระทำหายากนะค่ะคนอื่นที่มิใช่เราแต่ต้องมารับผิดชอบในหน้าที่ๆจัดเตรียมในทุกสิ่งให้พร้อมสรรพกับสิ่งที่เรียกว่า ศาสนพิธี-บูชาถวายต่อเทวดาที่ฉันเคารพ ฉันไม่เคยวางใจใครเลยในชีวิตก็ว่าได้เพราะสิ่งที่ฉันก้าวเดินมากว่า๓๐ปีผ่าน ฉันเดินมาไกลเพียงลำพัง มิเช่นนั้นการจะหาใครมาเข้าร่วมต้องปราศจากความงมงาย ไม่งมโข่ง ทุกสิ่งว่ากันด้วยเหตุแต่ไม่หวังผลกับสิ่งที่กระทำ เทวดาหาใช่คนรับใช้ที่ต้องดลบันดาลให้ใครสำเร็จตามคำร้องขอ มิเช่นนั้นสิ่งต่างที่คนมองข้ามฉันไม่เคยปล่อยวาง ๒มือที่คอยหยิบจับในทุกสิ่งถวายต่อเทวดาที่ฉันเคารพกำลังเปลี่ยนไปเป็น๑หน้าที่สอนคนในเรือนชานให้รู้หลักในการจับวาง และรู้หน้าที่ๆพึงกระทำถวายต่อเทวดาที่เขาต่างให้ความเคารพว่าสิ่งใดควรและสิ่งใดมิควรกระทำ … เพลิงในมายา

แสงทองสาดส่องใจทุกเช้า-ค่ำต่างเป็น ๑หน้าที่ของจักรวาลกำหนดให้ดวงสุริยันฉายแสงกำหนดวันใหม่ให้ทุกสรรพสิ่งที่ต่างหลับไหลในยามราตรีกาลลืมตาตื่นรับวันใหม่ ฟ้าเรือนชานมายาเทวีสอนให้ฉันเรียนรู้ถึงทุกสรรพสิ่งที่เรียกว่า ธรรมชาตินำพาคือครูปรัญาแฝงของวิถีชีวิตทุกชีวิตบนโลกใบนี้หาใช่แต่คนเท่านั้น แมกไม้นานาพันธุ์รวมไปถึงสัตว์ทุกสายพันธุ์บนโลกใบนี้ต่างรู้หน้าที่ของตนด้วยสัญชาตญาณของเผ่าพันธุ์เริ่มการทำงานในวันใหม่ของตนจะด้วยลืมตาตื่นในเพลากลางวัน จะด้วยลืมตาตื่นใช้ชีวิตในวันใหม่ในยามราตรีกาล ก็ตามแต่เผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในมุมต่างเหล่านั้น คนเช่นเจ้าพึงลืมตาตื่นให้ทันแสงตะวันจากฟ้าเบื้องบนสาดส่องลงมายังโลกใบนี้ที่เจ้าต่างอิงอาศัย เพราะนั้นหมายถึงเวลาที่พึงปฏิบัติถวายต่อเทวดาพระองค์นั้นที่เจ้าเคารพ แสงทองจากฟ้ายามเช้าแลเห็นใบไม้เป็นสีเขียวแว่วเสียงสกุณาเคียงไพรก้องใน๒หู พึงจำไว้ว่าเพลานี้ในทุกๆวันคือเพลาแห่งการนำพาความเจริญเติบโต นำพาความเจริญรุ่งเรืองรองมาสู่ตนอย่าได้เป็นคนนอนทับแสงตะวันฉายแสงในยามเช้า นั้นหมายถึงเจ้าจะเป็นคนเกียจคร้านต่อวิถีชีวิต ทุกสรรพสิ่งรอบข้างต่างลืมตาตืนตามแสงแห่งสุริยันฉายพึงรู้หน้าที่แห่งตนพึงกระทำ … เพลิงในมายา

แสงแรกของวันก็เป็น๑ศาสนในพิธีกรรมบูชาถวายต่อทิพย์สภาเบื้องบน การจัดเตรียมกายาให้พร้อมสรรพนั้นก็หมายถึงการรู้ตนในการลืมตาตื่น ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพึงหายใจเข้าให้สุดลมและผ่อนหายใจออกในสุดปอดเป็นการปรับความสมดุลของร่างกายภายในให้พร้อมก่อนลุกขึ้นยืนพึงนั่งเหยียดขาทั้ง๒ข้างให้ตึงยกมือทั้ง๒ข้างขึ้นและลงกำหนดปราณในตนให้สมดุลก่อนลุกขึ้นยืน การยืนก็เช่นเดียวกันพึงยืนขึ้นตั้งตัวตรง๒เท้าชิดติดกันหายใจเข้า-ออกให้สุดปอดเหมือนในท่านั่ง เมื่อปราณในตนปกติเลือดไหลเวียนได้คงที่สุขภาพร่างกายของคนก็จะพร้อมทำงานได้ปกติทุกอย่างการหายใจรวมไปถึงการปรับความสมดุลคือกายวิภาคหลักสำคัญของมนุษย์โลกพึงเรียนรู้  หากผิดปราณในตนนานวันเข้าความสมดุลของร่างกายจะสูญเสียไป ทำให้สิ่งที่เรียกว่าลมหายใจนั้นสั้นลงด้วยการไม่เพียรฝึกฝนเดินปราณในตนก่อนกระทำกิจอันใดนั่นเอง … เพลิงในมายา

ศาสนพิธีก็เช่นกันฟ้าเรือนชานมายาเทวีสอนฉันไว้ว่า การนั่งในการทำศาสนพึงหันหน้าตนไปทางทิศตะวันขึ้น นั้นก็หมายถึงเมื่อแสงสาดส่องผ่านกายาเจ้าที่เป้นวัตถุทึบแสงจะบังเกิดแสงเงาทอดผ่าน อาสนในพิธีรวมไปถึงโรงพิธีที่อัญเชิญเหล่าเทพเทวดาขึ้นสถิตย์เป็นประธาน เงาแห่งเจ้าก็ไม่ควรให้ตกทอดผ่านในบริเวณที่สมมุติเป็นอาสนประทับของเทวดาถือได้ว่าเป็นการไม่ควรกระทำ หากไม่เริ่มจากการนอนให้รู้ตื่น การตื่นต้องรู้นั่ง นั่งก่อนนการยืน ยืนให้มั่นคงก่อนก้าวเดินนั้นคือสิ่งที่พึงกระทำของคนทุกคนมิใช่แต่สิ่งที่เรียกว่าคนบนเส้นทางแห่งศรัทธาพึงกระทำเท่านั้นไม่ คนทุกคนต่างอยากมีอายุไขที่ยืนยาวหากไม่เรียนรู้หลักกายวิภาคก่อนลุกยืนให้แตกฉานจะก้าวไกลไปในวิถีทางแห่งชีวิตที่มั่นคงได้อย่างไร … เพลิงในมายา  

 

 

Only registered users can comment.

  1. Pingback: ecosolder
  2. Pingback: boredgourd
  3. Undeniably believe that which you said. Your favorite justification seemed to
    be on the web the simplest thing to be aware of.
    I say to you, I definitely get irked while people think about worries that
    they just don’t know about. You managed to hit the nail upon the top and also
    defined out the whole thing without having side-effects , people could take a
    signal. Will probably be back to get more. Thanks

  4. Pingback: parilica
  5. Pingback: recoveryrooms
  6. Pingback: bslatkin
  7. Pingback: clubleeds
  8. Pingback: bachillere
  9. Pingback: tvstripe
  10. Pingback: safoam
  11. Pingback: cosasco
  12. Pingback: fvtlaw
  13. Pingback: betterdot
  14. Pingback: rosecraft
  15. Pingback: stringwise
  16. Pingback: ecoelec

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น