Umakali

๑๕ค่ำ เดือน๔

มีนาคม 14, 2018

ปฐมบทความมาฆปูรมี บูชา ขึ้น๑๕ ค่ำเดือน๔ ปีระกา รัตนโกสินทร์ศก ๒๓๖ – ๒๓๗ ตรงกับวันพฤหัสบดี ที่๑ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ ค่ำคืนวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำ ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกำหนดให้ ๒เท้า ๙เดินเวียนทักษิณาถวายพุทธมนต์ ๓ รอบ แม้ยังไม่แล้วเสร็จก็พึงประกอบศาสนว่าด้วยพิธีบูชาถวายองค์พุทธปฏิมาประธานเรียบง่ายได้ใจความ ๑ผู้รังสรรค์สถาน ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าววลีคำชี้นำเสมือนขัดเกลากมลสันดานให้พึงกระทำเสมอมาเจ้าค่ะ อย่าได้รอเมื่อแล้วเสร็จทุกสิ่งสำเร็จเสร็จด้วยใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มสัจจาปวารณาตนสร้างสถานพุทธปฏิมาสถิต ค่ำคืน๑๕ค่ำเดือน๔ มาฆปูรมี บูชา ให้นำพาดวงใจพุทธประธานขึ้นถวายไว้เบื้องพระหัตถ์  …

 

*** พุทธปฏิมาประธาน มหามายา ภูมายาเทวีสถาน ***

ดวงใจพุทธปฏิมากรประธาน มหามายา ภูมายาเทวีสถาน ยาตราอัญเชิญติดตัวเหินฟ้าสู่เวหานำพาไปสถาปนาจิตอธิฐานใน อันนาปุรณะ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์  ๒๕๖๑ ตรงกับวันขึ้น๑ ค่ำเดือน ๔ ปีระกาศก  ตามวลีคำบัญชาแห่งฟ้าเรือนชานมายาเทวีกำหนด ๑พุทธสถานที่พุทธศาสนิกชนทั่วทุกมุมโลกต่างนำพาตนด้วย๒เท้า ๙เดินเวียนทักษิณาเจริญพุทธมนต์ถวายขึ้นเป็นพุทธบูชาต่อ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงยาตราดวงใจพุทธปฏิมากรประธานเวียนทักษิณาอธิฐานจิต ดวงใจพุทธจะถูกนำพาขึ้นสู่ยอดสูงสุดหรือไม่นั้นพึงเฉลียวด้วยปัญญาแห่งตนณ.เพลานั้นว่าดวงใจพุทธปฏิมาประธานจะได้สัมผัสดวงเนตรแห่งธรรมทั้ง ๔ ทิศความเฉลียวจะนำพาให้ดวงใจพุทธประธานได้ขึ้นสู่ยอดสูงสุดเช่นกัน นั้นก็สุดแล้วแต่จิตในกายาของตัวเจ้าเองจะปวรณาภาวนาเช่นไร หากบุญนำพาให้วาสนากับการเป็น๑ผู้รังสรรค์สร้างมากมงคล ก็จะสมดั่งจิตเจ้านั้นปรารถนา …  

 

*** Boudhanath Stupa ***

อิฉันเงยหน้ามองขึ้นฟ้าเบื้องบนดวงสุริยันเคลื่อนตรงยอดฉัตราเป็นภาพที่สวยงามจับจิตมากนะเจ้าค่ะ เส้นแสงแผ่วงกว้างเป็นรัศมีณ.เพลานั้นก็เปรียบเสมือนฟ้าเป็นใจกับการมาในครานี้ (คิดมโนไปเองความสุขของเทยนะเจ้าค่ะ) จะรอช้าอยู่ใยสิ่งที่กำเริ่มคือเครื่องบูชาแบบแขวนพริ้วไสวล้อเล่นลม เสมือนเป็น๑เครื่องสักการะบูชาที่ชาวพุทธจากทั่วทุกมุมโลกต่างมุ่งหน้ามายังสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ Boudhanath Stupa ภาพพุทธศาสนิกชนนับหมื่นต่อวันที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้าออก เป็นภาพที่เห็นแล้วชื่นในจิตเป็นที่สุดแม้อิฉันจะไม่ได้มากด้วยศักยภาพพลังกายในกายากับการเดินเท้าทักษิณาในบาทวิถีเจริญภาวนามนต์เช่าชาวพุทธเหล่านั้น แต่ใจมีมากด้วยศรัทธาอันบริสุทธิ์จริงๆนะเจ้าค่ะ เพราะทุกสิ่งที่ตั้งใจนำพามาในครานี้หาใช่นำพากลับมาเสริมส่งราคาขายเป็นวัตถุมงคลในต่างแดนเช่นใครอื่นนิยมกระทำ ตรงกันข้ามอิฉันทำมานานนับ๒๐ปีผ่านกับการรังสรรค์สถาปนาเหินฟ้ากลางเวหาสัมผัสสถานอันเป็นมงคลก่อนยาตรากลับสู่ปฐวีสยาม ความเป็นมงคลขึ้นอยู่ที่ใจในเจตนาอธิฐานจิต ณ. Boudhanath Stupa ฟ้ารู้ ดินรู้มากมงคล …

 

*** Boudhanath Stupa ***

สถูปแรกเริ่มที่ตั้งเด่นเป็นสง่าเบื้องหน้าทางเข้า Boudhanath Stupa ภาพผู้แสวงบุญในชุดแต่งกายสีแดง รวมไปถึงพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกมุมโลกต่างเดินเวียนทักษิณามนต์ก่อนผ่านเลยต่างสัมผัสศีรกับสถูปที่เห็นในภาพนับครั้งไม่ถ้วน ในความเข้าใจของอิฉันเองนะเจ้าค่ะพระพุทธองค์หาได้ไกลหางจากพวกเข้าเหล่านั้น เพียงเดินเจริญมนต์ภาวนาผ่านศีรก้มศีรสัมผัสเสมือนนอบน้อมถ่อมตนสักการะบูชาต่อสิ่งที่เขาเหล่านั้นให้ความเคารพ เป็นภาพที่หาชมได้ยากยิ่งในแดนดินถิ่นพุทธสถานในสยามศรัทธาบ้านเรานะเจ้าค่ะ ที่ต่างสัมผัสรับพลังงานนำพาสู่ความงมงายส่งมอบให้กันไม่เว้นวัน แต่ณ.แดนดินถิ่นนี้การก้มศีรลงสัมผัสเสมือนเป็นสิริมงคลติดตัวเขาเหล่านั้น๑ความสุขทางใจนำพาด้วยกายตนกระทำ …

 

*** Boudhanath Stupa ***

ปิติกับสายศรัทธาชนในต่างแดนท่านนี้สุดหัวใจเทยจริงๆมังค่ะเห็นดวงใจพุทธปฏิมาประธานของเรือนชานมายาเทวีวางลงบนแท่นพุทธสถูปเบื้องหน้าทางเข้า Boudhanath Stupa เขาให้ความสนใจถามไถ่ว่าคืออะไรอยู่นาน๒นานหยิบธนบัตรค่าสกุลเงินรูปี อธิฐานวางลงบนดวงใจพุทธปฏิมาประธาน อิฉันเห็นพลังศรัทธาชนในต่างแดนหลายท่านได้แต่ยิ้มขอบคุณเขาเหล่านั้นในจิต ขอพรพระพุทธองค์สถิตเบื้องหน้าอวยชัยให้มากทรัพย์ให้กับคุณเพิ่มพูนความมั่งมีให้ครอบครัวสุขสำราญด้วยจิตอันเป็นกุสลบุญนำพาร่วมกันในครานี้  อิฉันหยิบธนบัตรใบนั้นบรรจุใส่ลงในดวงใจพุทธปฏิมาประธาน ทรัพย์ศรัทธาชนร่วมรังสรรค์สุขใจเทยมังค่ะ …

 

*** Boudhanath Stupa ***

๒ชายชราเดินผ่านบาทวิถีน้อมก้มศีรนมัสการสัมผัสให้ความสนใจแต่ด้วยภาษาไม่อำนวย แต่ใจอำนวยอวยพรให้มากมงคลจากสีหน้าและรอยยิ้มที่ส่งให้อิฉันณ.เพลานั้น บ่งบอกถึงความปิติในใจเขาชื่นชมในการเดินทางมานมัสการสถานที่บ้านเกิดเมืองนอน อันนาปุรณะ สำหรับอิฉันจิตศรัทธาจากมวลชนหาที่สุดมิได้โดยเฉพาะพลังมวลชนในต่างแดนเขาเหล่านั้นมาด้วยใจนมัสการต่อองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ๒เท้า๙เดินด้วยใจนำพาหาได้๙เดินด้วยกระแสบุญเช่นบ้านเราชาวสยามนิยม ที่ต้องเอ่ยวลีคำๆนี้มันคือเรื่องจริง จริงที่คนเรามักมองข้ามแต่ท้ายสุดในความเป็นจริงสยามนิยมต่างสวมใส่เครื่องแค่งกายครอบร่างด้วยสีขาวบนกายาแต่ไม่ทิ้งกิเลสในจิต ต่างมุ่งหวังแสวงหาแต่ผลกำไรในคราบของบุญที่ตนกระทำ ตรงกันข้ามณ.สถานที่แห่งนี้ไม่มีการค้าศรัทธาในคราบนักบวชจากมวลชนพุทธศาสนิกชนในทุกวิถีที่เขาเหล่านั้น๙เดิน …

 

*** Boudhanath Stupa ***

เพลาอันเป็นมงคลดวงตะวันคล้อยเลยผ่านเงยหน้ามองดวงสุริยันฉายแสงสว่างแผ่รัศมีเหนือยอดฉัตรา Boudhanath Stupa เป็นวงกว้าง๒มือหยิบจับดวงใจพุทธปฏิมาประธานขึ้นเหนือศีร ไม่มากความด้วยพุทธมนต์ใดๆ มาด้วยใจก็ต้องใช้ใจในกายาเอ่ยวาจาธิฐานบอกกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตณ.สถานที่แห่งนี้รับรู้ถึงที่มาด้วยจุดประสงค์อันใดเล่า ให้มากมงคลสถิตกลับปฐวีสถานให้ทุกสิ่งสำเร็จสมดั่งจิตปรารถนา ด้วยวลีคำฟ้าเรือนชานมายาเทวีนำพาในครานี้สำเร็จด้วยดีสิรินำพามงคลบังเกิดให้เห็นประจักษ์กับสายตาเรื่องที่คิดว่ายากกลายกับเป็นเรื่องง่ายด้วยความบริสุทธิ์ใจที่กระทำในแดนดินถิ่นพุทธสถานในต่างแดน … 

 

 

ระหว่างรอการอัญเชิญดวงใจพุทธประธานขึ้นสู่ชั้นดวงตาเห็นธรรมสาดส่องใจ ๑สิ่งกับหลายหลากสีคือ๑เครื่องแขวนประกอบไปด้วย ธง๕สีชนชาวพุทธเชื่อกันว่าผืนธงหลากสีเหล่านี้เป็นธงส่งคำอธิฐานของเขาขึ้นสู้ฟ้าเบื้องบนสู่พระนิพาน จะรอช้าอยู่ใยได้เล่าเดินทางท่องไปในอันนาปูรณะมาก็ร่วม๒๐กว่าปีผ่านจิตเทยอยากทำมากถึงมากที่สุดแต่ที่ผ่านมาก็เพียงได้แต่เงยหน้าขึ้นมองริ้วขบวนธงพริ้วไสวล้อเล่นลม เวียนผ่านพุทธสถานแห่งนี้กี่ปีผ่านได้แต่เดินมองแต่ก็ไม่ได้ขึ้นธงพริ้วไสวถวายขึ้นเป็นพุทธบูชาสมใจอิฉันสักที ครานี้บุญนำพาสมจิตเทยได้ทำสมใจที่นึกไว้ผ่านธง๕สีพริ้วไสวโบกไปมาทั้ง๔ทิศของ Boudhanath Stupa แห่งนี้ สกุลนามเหล่ามิตรรักที่อิฉันเขียนฝากไว้บนผืนผ้าเป็นมงคลด้วยจิตกุศลร่วมกัน ผืนธงหลากสีเสร็จสรรพด้วยนามแห่งมิตรรักและครอบครัวพร้อมพริ้วโบกไสวล้อเล่นลมถวายต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ.สถานที่แห่งนี้ตามคติศรัทธาชนชาวเนปาลี กระทำ … 

 

 

ปีละครั้งมาทั้งทีทำให้สมจิตหาได้เพียงแค่ริ้วขบวนธง ริ้วผ้า๔สีอันประกอบไปด้วย สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงชาด และสีเขียว ผืนนี้พริ้วไสวโดยรอบในชั้นดวงตาแห่งธรรม เพราะสถานที่แห่งนี้จะมีชื่อเสียงกล่าวขานไปทั่วโลก ดวงตาเห็นธรรม หรือ ดวงตาแห่งธรรมสาดส่องใจนั่นเอง ในเมื่อได้ทำก็ทำให้ครบทุกสิ่งว่าด้วยเครื่องแขวนพริ้วไสวถวายเป็น๑พุทธบูชานะเจ้าค่ะ ทำด้วยทรัพย์เราทั้ง๔คนละนิดคนละหน่อยตามอัธยาศัยจิตกำหนดว่าอยากทำก็ต้องกระทำให้แล้วเสร็จสำเร็จได้ด้วยการปราศจากการเรี่ยไรทรัพย์ อธิฐานร่วมผ่านสื่อออนไลน์ที่กระแสค้าศรัทธานิยมกระทำสร้างกระแสส่งเสริมการขายนะเจ้าค่ะ ตรงกันข้ามอิฉันชอบทำเสร็จสำเร็จแล้วให้ร่วมสาธุผ่านสื่อออนไลน์สไตล์แม่พระเพลิงชอบกระทำมังค่ะ คริ คริ คริ    

 

 

หาได้จบเพียงเท่านั้นไม่รายการที่๓ถูกนำเสนอโดยคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่ดูแลสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ นั้นก็คือผืนผ้าพริ้วไสวพริ้วโบกไปมาชั้นเหนือสุดของ Boudhanath Stupa ณ.พุทธสถานแห่งนี้นั่งเองนำเสนอมาเทยก็จัดให้ครบชุดสิเจ้าค่ะเรื่องครบเครื่องพุทธบูชาชอบอยู่แล้วเน๊อ คริ คริ คริ  คนเราเกิดในภพชาตินี้อย่าหวังเกิดกำเนิดในภพชาติหน้า รอร๊อรอชาติหน้าหันมากระทำตรงหน้าให้ครบเครื่องเรื่องเครื่องแขวนดีที่สุดนะเจ้าค่ะ บุญอย่าหวังในน้ำบ่อหน้า ทำทั้งทีจัดให้ครบทุกสิ่งว่าด้วยเครื่องแขวนถวายเป็นพุทธบูชาราคาเท่าไรสมองไม่เคยจำเจ้าค่ะ ใครสนใจเดินทางมุ่งหน้าสู่แดนดินถิ่นอันนาปุรณะแห่งนี้มีปากไว้เพื่อ ถามสิค่ะ ถาม สอบถามราคาได้ตามอัธยาศัยจะได้ยินกับ๒รูหูว่าทั้งหมดเป็นเงินเท่าไร เทียบค่าเงินตราต่างประเทศให้ถูกก็จะถึงบางอ้อ อ๋อบังเกิดณ.บัดดลมังค่ะ คริ คริ คริ   

 

 

 

แค่เขียนก็เมื่อยมือเทยแล้วนะเจ้าค่ะ เฉพาะสกุลที่ท่องขึ้นใจตั้งใจเขียนลงบนผืนผ้าให้ครบทุกสายว่าด้วยนามสกุลมิตรรักและมิตรเลิฟถ้วนทั่ว เพราะฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวไว้เสมอว่า บุญต้องแบ่งปันกุศลในจิตจะบังเกิด และสิ่ง๑ที่ภาคภูมิใจเป็นที่สุดเส้นสายลายมือศรัทธาชนชาวสยามผ่าน๒มืออิฉันได้ขึ้นสู่ยอดสิ่งศักดิ์สิทธิ์สมดั่งจิตหมาย เวลาไปท่องธรรมในต่างแดนสิ่งที่พึงมีติดตัวคือ มารยาทในความเป็นคน เราจะยิ่งใหญ่มาจากไหนแต่ถ้า๙ ๒เท้าออกจากเรือนที่มโนตนว่ายิ่งใหญ่ท้ายสุดก็จะกลายเป็นจุดเล็กๆในสังคม จะมากด้วยชื่อเสียงหรือชื่อเสียก็พึงคิดทบทวนตนไว้เสมอว่าสำเนียงที่ส่อภาษาขณะเสวนากันนั้นชาวเนปาลีฟังรู้ว่าสำเนียงเสียงภาษาที่ใช้นั้นคือ คนไทย พึงกระทำตนให้ภาพความเป็นไทยดูดีในสายตาเพื่อร่วมโลก สติพึงมีปัญญาจะพาตนสู่สถานมากมงคลด้วยบรรทัดฐานความเป็นคน คนที่๙ ๒เท้าเดินบนแดนดินถิ่นอันนาปุรณะได้อย่างภาคภูมิใจ ฉันก็เป็น๑ในพลังชนจากต่างแดนที่เดินทางมาไกลจาก ไทย แลนด์ มังค่ะ …

 

 

ริ้วผ้าแถบสีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดง และสีเขียว ผืนนี้ขึ้นถวายเป็น๑พุทธบูชาแขวนขึ้นสู่ Boudhanath Stupa ชั้นดวงตาแห่งธรรม อิฉันนำพารายชื่อ รายสกุลของมิตรรักเขียนกำกับไว้โดยรอบในความเชื่อส่วนตน อิฉันเชื่อว่าดวงตาแห่งธรรมจะปกป้องคุ้มภัยให้กับเหล่ามิตรรักของอิฉันให้พนจากทุกข์ ทุกข์บังเกิดขึ้นจากสายตานำพาสู่ใจ ใจเขาเราไม่รู้ รู้เพียงใจเราเคยรักเคยชอบมอบให้กันไว้ไม่เสียหลาย เพราะหลายสิ่งที่เคยผสมผสานสมานสามัคคีกันด้วยรักจนกลายเป็นรักษ์ไว้ซึ่งฟ้าเดียวกัน จิตนำพาทุกสิ่งก็บังเกิดสุข สุขทางใจนำพาด้วยกายเป็นสุข เมื่อเราสุขก็พึงแบ่งปันสุขนั้นให้เหล่ามิตรอันเป็นที่รักตราบนิรันดร์เช่นกันเจ้าค่ะ …

 

 

เครื่องแขวนชั้นบนสุดอันประกอบไปด้วยแถบผ้าสีน้ำเงิน สีขาว สีแดง และสีเหลือง ผืนนี้ขึ้นแขวนชั้นสูงสุดของ Boudhanath Stupa ในวันเวลานั้นปิติเป็นที่สุดที่ได้เขียนเส้นสายลายมือของอิฉันเองด้วยวลีคำในจิตผู้รังสรรค์ *** มหามายา ภูมายาเทวีสถาน *** ขึ้นไว้ณ.พุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สิ่งที่เคยคิด๑สิ่งที่เคยเอ่ยวาจาด้วยสัจจาธิฐานไว้ในวันวาน วันนี้เป็นจริงสำเร็จสมดั่งจิตปรารถนาได้ด้วยบุญนำพา ทุกสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องยากกลับกลายเป้นเรื่องง่ายไปเสียหมด หากใจเรายึดมั่นคงไว้ด้วยความบริสุทธิ์ในจิตตนเป็นบรรทัดฐานสิ่งสัมผัสในสถานก็มากมงคลพร้อมยาตรากลับสู่ ปฐวีสยาม สถิตณ. มหามายา ภูมายาเทวีสถาน มากมงคลตราบนิรันดร์

 

*** Boudhanath Stupa ***

*** Boudhanath Stupa ***

ตะวันใกล้ลับดับสิ้นแสงสูรย์จำนวนริ้วธง ๕สีพึ่งขึ้นแขวน ริ้วแถบผ้าพริ้วไสวเบื้องสูงยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมดตามที่จัดถวายเพราะคนที่จะขึ้นสู่ยอด Boudhanath Stupa สถานอันสักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีเพียง ๑ท่านเท่านั้น การขึ้นแขวนในแต่ละสิ่งต้องใช้เวลาทางคณะพระผู้ใหญ่บอกกับอิฉันว่าวันนี้ก็ไม่เสร็จเพราะสิ่งที่คุณทำมันมากเหลือเกินไม่เคยมีสายบุญใดจะทำครบทุกสิ่งที่เรียกว่าเครื่องแขวนขึ้นถวายต่อ Boudhanath Stupa แห่งนี้ พร้อมอวยชัยคำมงคลในภาษาท้องถิ่นให้เราโชคดี พระเจ้าอวยพร …

 

*** Boudhanath Stupa ***

อีก๑พุทธสถานเบื้องหน้า Stupa เสมือนเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาเฝ้าดูแลก่อนและหลังเสร็จสิ้นภารกิจฟ้าบัญชานำพาดวงใจพุทธปฏิมาประธานขึ้นสู่ยอด Boudhanath Stupa การบอกกล่าวเจตนาที่มาและกราบขอบคุณเทพเจ้าก่อนลากลับ สำเร็จทุกสิ่งสมดั่งจิตปรารถนา ตามบัญชาแห่งฟ้าเรือนชายมายาเทวีชี้นำพาให้กระทำ ไม่ต้องมากความ ไม่ต้องมากด้วยพิธีรีตองแต่พึงตรองในเจตนาตนก่อน๙ ๒เท้าเข้าสู่สถานไม่ต้องควักทรัพย์ฟาดหน้าซื้อหามาซึ่งพลังศรัทธาลวงจากใคร ขอเพียงมีใจบริสุทธิ์ในตน๙  ๒เท้าไปข้างหน้าให้สำเร็จลุล่วงในแดนดินถิ่น อันนาปุรณะ ก็สำเร็จได้ด้วยดีทุกประการไม่ยากอย่างที่คิด แต่ทุกขั้นตอนก็สำเร็จสมดั่งจิตปรารถนาพุทธะอวยชัยให้สมปรารถนา กลับสยามสถิตเคียงพุทธปฏิมาประธาน ณ.มหามายา ภูมายาเทวีสถาน มากมงคลตรานิรันดร์นะเจ้าค่ะ …

 

*** Boudhanath Stupa ***

มาด้วยใจนำพาดวงใจพุทธประฏิมาประธานขึ้นสถาปนาในแดนดินอันนาปุรณะ ดวงใจพุทธปฏิมาประธานสถิตครบทั้ง๔หน้า เริ่มต้นขึ้นจากทางทิศเหนือ ตามติดด้วยทิศตะวันออก ตามต่อด้วยทิศใต้และจบด้วยทิศตะวันตก ทุกทิศเวียนทักษิณามนต์ครบตามแบบฉบับเนปาลีชน ก่อนจะนำกลับส่งถึงมืออิฉันร่วมชั่วยามเศษ ปิติไม่เคยจากหายไปจากพลังแห่งศรัทธาในจิต หากคนเราตั้งหน้ากระทำด้วยความเพียร เพรียรตนด้วยสติ ปัญญาแห่งตนจะแตกฉานส่วนใครจะสร้างความราวฉานตามติดในสิ่งที่อิฉันกระทำไว้ในวันนี้ วันข้างหน้าหากมีดวงใจนับสิบยันร้อยดวงใจขึ้นสถาปนา ก็พึงกระทำด้วยจิตบริสุทธิ์อย่าได้สัมผัสพุทธสถานกลับสยามมาเพื่อจำหน่าย พึงอย่าได้สถาปนามาเพื่อเพิ่มราคาเช่าขายที่แสนแพง ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวไว้ว่าสิ่งที่เรียกว่าพลังแห่งศรัทธาไม่สามารถซื้อขายและจำหน่าย พึงจ่ายแจกให้กับศรัทธาชนที่คงไว้ด้วยความบริสุทธิ์ในศรัทธา เสมือนเป็นกำลังส่งให้รักษ์ไว้ซึ่งความดีอันประกอบไปด้วย คิดดี ทำดี ก้าวเท้าไปในสถานที่ดีๆ ทั้ง๓ดีพึงมีติดตัวสิริมาเป็นศรีมงคลก็จะบังเกิดตามมาสู่ตน เครื่องรางว่าขลังฉมังนักแลนั้นก็คือสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจที่คนเราสร้างขึ้นพึงย้อนคิดอย่าได้ยึดติดกับวัตถุที่คนสร้างขึ้น หมั่นเพียรสร้างไว้ไซร์นั้นคือ ความดี นั่นเองมังค่ะ …

 

 

*** Boudhanath Stupa ***

จิตตั้งใจนำพาดวงใจพุทธปฏิมาประธาน ได้สัมผัสเวียนทักษิณาครบทั้ง๔ด้าน เวียนครบ๓รอบด้วยอำนาจแห่งพุทธด้วยลักษณ์วิถี ด้วยอำนาจแห่งธรรมะในวิถีคำสอน และด้วยคุณอนันต์แห่งคณะสงฆ์เจริญตนในวิถีแห่งพุทธวิถีปฏิบัติ ใจบริสุทธิ์สู่สถานอันศักดิ์สิทธิ์ ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวไว้ว่าการรังสรรค์สร้างสิ่งใดว่าด้วยสิ่งอันเป็นมงคลให้สายศรัทธาชนได้กราบไหว้บูชาน้อมศีรนมัสการ ใจเราผู้รังสรรค์สร้างในสิ่งมงคลพึง๙เดินด้วย๒เท้าเข้าสู่สถานที่แห่งนั้นด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ว่าสถานที่แห่งนั้นจะเป็นสถานที่ใดก็ตามพึงย้อนคิดเรานั้นหาใช่ผู้สร้างก็พึงรักษ์ไว้ซึ่งนามแห่งสถานอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยมารยาทดีที่พึงกระทำ อย่าพึงเน้นแสวงไปทั่วเพื่อสร้างชื่อเสียงเรียงในนามนำมาซึ่งรายได้เสริมส่งด้วยอาชีพศรัทธาพาณิชย์ในสถานที่เรามิได้ร่วมสร้าง ทุกสถานอันศักดิ์สิทธิ์ในต่างแดนหาได้จัดแจงเพื่อจำหน่ายขายนามแห่งสถาน ตรงกันข้ามเหล่าบรรพชนต่างรังสรรค์สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งพลังศรัทธาชนทั่วทุกมุมโลกมารวมกันทักษิณามนต์ถวายเป็นพุทธบูชา สิ่งที่นำไปสถาปนานั้นจะมากด้วยพลังจิตอันบริสุทธิ์จากพลังศรัทธาชนในสถานมากมงคลตราบนิรันดร์ … 

 

*** Boudhanath Stupa ***

ไม่จบไม่สิ้นเรื่องเครื่องบูชาจิตอธิฐานขอขึ้นนามแห่งสถานที่อิฉันรังสรรค์ถวายขึ้นเป็นพุทธบูชา  *** มหามายา ภูมายาเทวีสถาน *** MahaMaya PhumayaDevi Thailand ได้ถูกเขียนไว้ณ.พระนาสิก (จมูก) พร้อมเขียนนามแห่งสถานที่อิฉันรังสรรค์สร้างไว้บนปฐวีสยามสู่กลางและข้างของดวงพระเนตรทั้ง๔ด้าน เป็นอันแล้วเสร็จกิจว่าด้วยสถาปนาดวงใจพุทธปฏิมาประธาน ด้วยวิถีแห่งศรัทธาฟ้านำพาให้กระทำ ฟ้ากล่าวคนเราหากชนะสิ่งเล็กๆในกายาที่เรียกว่าใจตนได้สำเร็จ ทุกสิ่งพึงคิดก่อนกระทำก็จะสำเร็จได้โดยง่าย หากคิดจะเป็นผู้สร้าง หากคิดจะพบทางสว่างของวิถีชีวิตยังชนะใจตนเองมิได้ กระทำสิ่งใดก็ยากที่จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเพราะดีไม่มีในใจตนนั่นเอง ทุกสิ่งที่ต้องกระทำนั้นประกอบด้วยใจบริสุทธิ์ปราศจากคิดค้าในศรัทธาพาณิชย์ หากชนะใจตนได้ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาก็จะชนะทุกสิ่งรอบข้างด้วยคุณงามความดี คิดดี กระทำดี สถานที่ดีๆไม่ไกลเกินฝันสำเร็จได้ดั่งจิตฝันในเร็ววันด้วย ๓ดี …     

 

*** Boudhanath Stupa ***

เท่านี้ก็สุขใจจริงๆนะเจ้าค่ะแม้จะเป็นเพียงอักษรตัวเขียนสถานที่อิฉันรังสรรค์สร้าง จะผิดหาใช่สำคัญใจเรากำหนดสำคัญเป็นที่สุด ศิลปปินดูแลวาดปัดสี Boudhanath Stupa แต่แต้มสีดวงตาแห่งธรรมทุกเช้าวันรุ่งขึ้นวันใหม่ แต่งแต้มตัวอักษรสีส้ม Mahamaya PhumayaDevi Thailand วันนี้ก็ถือเป็นอีก๑วันดีที่อิฉันได้นำอักษรตัวสะกดชื่อของ มหามายา ภูมายาเทวีสถาน ขึ้นเขียนถวายเป็น ๑พุทธบูชา นั้นก็หมายถึงสถานที่แห่งนี้ถวายเป็นพุทธบูชา ผ่านดวงตาแห่งธรรม พระเนตรแห่งธรรมนำพาให้ได้กระทำในวันนี้โดยปราศจากการเขียนนามแลสกุลของอิฉันนะเจ้าค่ะ เราพึงรู้ในความเหมาะสมคนต่างคิดต่างเจตนา คนทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนมากด้วยกิเลสแสวงตัณหาใฝ่ราคะมากน้อยก็สุดแล้วแต่จิตในใจคนแต่ละคน อิฉันเองก็เป็น๑คนที่ย้อนมองตนว่ามิควรเขียนนามแลสกุลของตัวเองตนบนดวงตาแห่งธรรมสาดส่องใจ ชื่อที่เหมาะสมที่สุดนั้นก็คือสถานที่อิฉันรังสรรค์อย่างที่ได้กล่าวในข้างต้น เป็นนามเหมาะสมที่สุดเพราะเป็น๑สถานที่ปราศจากการรีดไถ ปราศจากการลวงให้ได้มาซึ่งทรัพย์ ๑สถานปราศจากอวมลทินใดๆทุกประการ อิฉันจึงนำนามแห่งสถานขึ้นเขียนเป็นสิริมงคลสู่ดวงตาแห่งธรรม ธรรมคือการกระทำ หาไม่ทำจะบังเกิดธรรมนำพาชีวิตได้อย่างไรมังค่ะ … 

 

*** Boudhanath Stupa ***

เพลาบ่ายดวงสุริยันคล้อยเคลื่อนผ่านเลยศีรเสร็จเรียบร้อยตามวลีคำฟ้าเรือนชานมายาเทวีนำพากับการสถาปนาดวงใจพุทธปฏิมาประธาน มหามายา ภูมายาเทวีสถาน กราบขอบคุณฟ้านำพาให้๙เดินเคียงสัจธรรมให้เห็นความเป็นจริงในรูปของธรรมที่พึงกระทำ เจตนารมณ์นำพาให้กระทำหากบริสุทธิ์ด้วยที่มาอิฉันเชื่อว่าฟ้ามีตา สวรรค์เป็นใจร่วมสรรเสริญอวยชัยกับสิ่งที่กระทำให้แล้วเสร็จสำเร็จได้ด้วยดี บางสิ่งหากไม่เกิดความต่างสิ่งต่างที่เราเห็นผ่านตาคือตำราผิดๆที่ไม่ควรเปิดอ่าน หากใจเราปิดกั้นความต่างที่ไม่เหมาะสมกับกาลเทศะที่นิยมกระทำตามกระแสสืบทอดส่งต่อกันด้วยภาพลวงตา ความมโนลวงหลอกพลังแห่งศรัทธาชนกระจ่างคราใดก็จะสิ้นซึ่งความศรัทธาในที่สุด ตนพึงกระทำตนให้กระแสธรรมแห่งตนกำเนิดเกิดขึ้น ภพชาตินี้พึงกระทำดีให้เป็นนิสัยแม้ใครจะไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เรากระทำ ดี  อิฉันเชื่อว่าฟ้าเบื้องบนเห็นในสิ่งที่เราตั้งใจกระทำด้วยความเพียรตน ตนคิด ตนพึงกระทำ หากตนไม่กระทำจะรอใครกระทำให้สำเร็จลุล่วงได้เรานอกเสียจาก เรา ตนเป็นที่พึ่งแห่ง ตน … 

 

*** Swayambhunath Stupa ***

 

*** Swayambhunath Stupa ***

 

*** Swayambhunath Stupa ***

 

*** Swayambhunath Stupa ***

 เสร็จกิจวิถีศรัทธาสถาปนาดวงใจพุทธปฏิมาประธานจาก Boudhanath Stupa มุ่งหน้าเดินทางต่ออีก๑พุทธสถานนั้นก็คือ Swayambhunath Stupa เป็นอีก๑พุทธสถานที่ชาวเนปาลีเชื่อกันว่ามากพลังศักดิ์สิทธิ์เคียงปฐวีสถานแห่ง อันนาปุรณะ จะรอช้าอยู่ใยเล่าเจ้าค่ะมัวแต่รอ ร๊อ รอ ก็ไม่มีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังสิเจ้าค่ะสิ่งหนึ่งที่เห็นก่อน๙ ๒เท้าขึ้นสู่สถานแห่งนี้นั้นก็คือ ลิง มากมายจนได้ขนานนามว่า วัดลิง เอ่ยนามนี้เหล่าสารถีชาวเนปาลีจะร้องอ๋อทันทีพาคุณถึงที่หมายสบายใจไม่ผิดทางเจ้าค่ะ คริ คริ คริ …

   

*** Swayambhunath Stupa ***

 

*** Swayambhunath Stupa ***

วัชระ เป็น๑สัญลักษณ์ของสายฟ้าเชื่อกันว่าขจัดสิ่งชั่วร้ายอัปมงคลต่างๆให้สิ้นไปจากสถาน วัชระตั้งเด่นเป็นสง่าสีทองอร่ามสาดส่องใจต่อพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมานมัสการณ.พุทธสถานที่แห่งนี้ อิฉันนำดวงใจพุทธปฏิมาประธานอธิฐานจิตบอกกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเริ่ม๙เดินเวียนทักษิณา ๓รอบ ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวไว้ว่าไม่มีผู้ใดจะประกอบพิธีสถาปนาดวงจิตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มากด้วยพลังบังเกิดได้นอกเสียจากเราผู้สร้างแต่เพียงผู้เดียว เพราะเราสร้างเราย่อมรู้แก่ใจตนเองถึงจุดประสงค์ในการสร้าง สร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งใด และทรัพย์ในการสร้างนั้นมากด้วยความบริสุทธิ์เพียงใด สิ่งที่สร้างคือพลังแห่งศรัทธาที่เรียกว่า พุทธลักษณ์แห่งนามอันเป็นมงคล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกสิ่งต้องบริสุทธิ์ด้วยที่มาใจเราใครอื่นจะหยั่งถึงได้ในใจเรา เราก็พึงกระทำด้วยจิตตนนำพา๙เดินเวียนทักษิณาอธิฐานจิตก็มากมงคลด้วยพรแห่งเทพเทวาอารักษ์ณ.พุทธสถานร่วมอวยชัยให้มากมงคลตราบนิรันดร์ มังค่ะ … 

 

 

*** พุทธปฏิมาประธาน มหามายาภูมายาเทวีสถาน ***

มาฆปูรมี บูชา ขึ้น๑๕ ค่ำเดือน๔ ปีระกา รัตนโกสินทร์ศก ๒๓๖ – ๒๓๗ ตรงกับวันพฤหัสบดี ที่๑ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ ค่ำคืนวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำ นำดวงใจพุทธปฏิมาประธานเวียนทักษิณาขึ้นถวายไว้เบื้องพระหัตถ์ซ้าย ตามเทวีฤกษ์กำหนดทุกสิ่งที่เวียนผ่านเข้ามาในชีวิตกับการรังสรรค์สร้างสิ่งอันเป็นมงคลไว้เคียงปฐวีสถาน กาลเวลาสอนให้อิฉันเรียนรู้ด้วยวิถีแห่งต้นพึงกระทำ ทุกสิ่งหาได้มาง่ายดายเช่นใครอื่น ทุกสิ่งที่มีหาได้ซื้อหามาตั้งให้ศรัทธาชนได้กราบไหว้ แต่ทุกสิ่งในความเป็นฉันกว่าจะได้มาพึงรอให้กาลอันเหมาะสม พึงพร้อมด้วยทุกสิ่งพร้อมด้วยปัญญาขีดเขียน พร้อมด้วยทรัพย์ในการสร้าง พร้อมด้วยสถานสถิตในสิ่งรังสรรค์ทั้งหมดสอนให้เกิดความเพียร เพียรในสิ่งที่ฟ้าเรือนชานมายาเทวีนำพาให้กระทำด้วยแรงแห่งศรัทธาก้าวไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิใจด้วยใจในจิตตนพึงพร้อมเคียงความเพียร ตน มาโดยตลอด …

 

 

พุทธลักษณ์สถิตขึ้นแท่นเป็นพุทธประธานด้วยใจที่หมายมั่นมาแต่เด็กว่าหากบุญมีวาสนานำส่งขอพรแด่ฟ้าเบื้องบนอวยชัยให้มากด้วยบุญ นำพากุลส่งให้ได้สร้างสถานบนปฐวีสยามไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เห็นถึงพลังศรัทธากับความเป็นจริง สิ่งที่สร้างหาใช่ต้องมากด้วยผู้คนหลายหลากมารวมกันไม่ สิ่งที่จิตคิดกระทำหาต้องหว่านคำหวานเฝ้าเยินยอล่อคำลวงให้ใครต่อใครควักทรัพย์มาร่วมสร้าง ทุกสิ่งสามารถกระทำให้สำเร็จได้ด้วยความตั้งใจบนความเพียร หากความคิดต่างไม่บังเกิดขึ้นในจิตอิฉันในวันวาน หากไม่มีภาพเคลื่อนไหวของสายศรัทธาในมุมต่างให้ย้อนกลับมาคิดทบทวนในสิ่งที่กระแสนิยมกระทำกันอิฉันก็คงไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่เห็นผ่านสายตาในวันวาน ความเป็นฉันที่เป็นฉันในวันนี้ต้องกราบของคุณความต่างในทุกตำราชีวิตจริงที่กระทำให้เห็นเพราะสิ่งที่เห็นล้วนเป็นตำราเล่มผิดที่ไม่คิดจะเอาเยี่ยงอย่างมา๙เดินตามรอยกรรมในวิถีแห่งศรัทธา …

 

 

แสงจันทราฉายแสงสาดส่องสว่างในคืนวันเพ็ญขึ้น๑๕ค่ำเดือน๔ สดับแสงสว่างจากดวงประทีปทั้ง ๑๒ดวงที่อิฉันนำพาขึ้นถวายเป็นพุทธบูชาถวายเบื้องหน้าพุทธปฏิมาประธานเสมือนแสงทองสาดส่องใจอวยชัยให้มิตรรักทั้ง ๑๒ราศีมากสุขด้วยธรรมนำพาให้กระทำดี เปลวไฟโบกไสวล้อเล่นล้มเสมือนชีวิตคนเราที่ต่างรายล้อมไปด้วยกิเลสแลตัณหา หากเรานั้นไม่โอนเอียงตามกระแสลมแสงสว่างที่มีในตนนั้นก็จะดับสิ้งลงก่อนเวลาอันควร ด้วยสิ่งที่ล้อเล่นลมนั้นคือกระแสหากมองข้ามผ่านกระแสด้วยสติปัญญาจะบังเกิด เกิดกำเนิดขึ้นด้วยแสงธรรมที่กระทำตน ตนพึงเป็นที่พึ่งแห่งตน หาได้สำเร็จได้ด้วยใครอื่น ดั่งวลีคำฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าว แสงใดก็แสงนั้นหากเกิดเป็นคนไม่เพียรตนให้แสงแห่งปัญญาตนบังเกิด นั้นก็หมายถึงเสียชาติเกิดที่กำเนิดเกิดมาเป็น คน …

 

*** ขึ้น๑๕ ค่ำเดือน๔ มาฆปูรมี บูชา  ***

 

 

แสงสว่างเบื้องหน้าสาดส่องปิติในจิตบังเกิดกับสิ่งที่กระทำสำเร็จด้วยความเพียร เพียรตนให้เป็นนิสัยโดยไม่ต้องรอ รอแล้วต่างรอกันเล่าหากเราไม่รอจะไม่มีเรื่องให้ได้เล่าสู่กันฟังหรือไร ทุกสิ่งทุกขึ้นตอนนำพาให้เห็นเป็นแนวทางกับสายศรัทธาหน้าใหม่ที่กำลังก้าวเดินบนเส้นทางแห่งมายาด้วยศรัทธากำเนิดในตน อย่าหลงในตนจนไม่ย้อนทบทวนความถึงสัจธรรมในความเป็นจริง จริงแท้อยู่ที่ใจ ใครจะเข้าถึงใจเราได้แม้แต่เราเจ้าของดวงใจบางคราก็ยังเข้าไม่ถึงใจเราเอง หากเราเองยังเข้าไม่ถึงใจเราแล้วเราจะเข้าถึงใจใครได้อย่างไร ใจเราพึงเข้าให้ถึงเพราะทุกสิ่งที่กระทำล้วนออกจากใจ ใจใครหาใช่ใจเราๆพึงเข้าถึงใจด้วยแสงแห่งธรรมที่มีในใจตน สาดส่องสว่างให้สาดแสงส่องธรรมในใจแผ่กว้างสู่คนรอบข้างด้วยสัจธรรมแห่งความเป็นจริงที่กระทำ ให้แสงแห่งใจตนส่องสว่างนำพาให้๙เดินในวิถีแห่ง ธรรม ด้วยการกระทำตน …

 

 

น้อมศีรก้มลงกราบดวงใจพุทธปฏิมาประธาน พุทธลักษณ์ยังต้องประกอบด้วยดวงใจสถิตภายใน เทวดาฟ้าเบื้องบนต่างก็มีใจหากเราผู้ศรัทธาก้าวเลยผ่านสู่เส้นทาง๑ผู้สร้างรังสรรค์สิ่งอันเป็นมงคลสถิตเคียงปฐวีสยาม พึงใส่ใจกับใจตนให้ถ้วนถี่ทุกสิ่งที่กระทำ ฟ้ามีตา สวรรค์มีใจ พึงใส่ใจตรองในวิถีที่๙เดินให้อยู่ในบรรทัดฐานแห่งความจริง จริงแท้แน่นอนคือใจตน หาใช่ใจใคร สิ่งที่กระทำใครไม่เห็นเราเห็น ฟ้ารับรู้ดินเป็นพยานในสิ่งที่กระทำด้วยใจบริสุทธิ์เป็นพอ แต่พึงอย่าพอในสิ่งที่กระทำจงกระทำสิ่งที่พอให้เพียงด้วยวิถีเคียงดิน ไม่มีสิ่งใดในโลกหล้าจะหนักแน่นเท่าดิน ไม่มีสิ่งใดในโลกกว้างใหญ่เกินฟ้า สายลธียังไหลหลากจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ สายชลธีไหลหลากยังล้นปฐวีได้ฉันใดฉันนั้นน้ำใจคนจะไม่เเห้งเหือดหายได้อย่างไร เหนือดินว่าไว้คือศิลายิ่งก้าวเท้าสู่ยอดศิลาฟ้าดินสอนให้รู้ในความต่างยิ่งสูงก็ยิ่งหนาวเป็นเรื่องธรรมดา ลูกไม้ยังร่วงหล่นได้ไม่ไกลต้น เงาคนเรายังทอดลงสู่เบื้องล่างเคียงเท้าที่๙เดิน อยากยิ่งใหญ่ใจอยากเป็นยอดจนลืมมองตนว่าตนนั้นเป็นคนหาใช่เทพเทวดาเวียนกลับมาจุติบนพื้นปฐวีลมหายใจยังมีพึงเฝ้ามองโลงไว้สอนใจตน ทุกสิ่งอย่ามโนลวงจิตตนยิ่งใหญ่มากเพียงใดเมื่อสิ้นลมทิ้งร่างปราณดับสลายที่ยิ่งใหญ่สร้างไว้ในคราบใดก้ตามแต่ แท้จริงแล้วสิ่งที่ตนคิดว่าใหญ่เกินใครท้ายสุดก็เล็กกว่าโลงที่เฝ้ารอวันใส่ร่างตน สัจธรรมแห่งความจริงในวาระสุดท้ายของคนทุกคนพึงอย่ามองข้าม เพราะทุกคนต่างต้องนอนเรียงเคียงโลงทอดยาวบนกองฟอนเท่าเทียมกันทั้งคนและฅน คือ สัจธรรมขับเคลื่อนในวิถีแห่ง *** ความจริง *** คือ๑วลีคำฟ้าเรือนชานมายาเทวีสอนให้อิฉันคิดอ่านใน สัจธรรมคือความจริง …    

 

*** Swayambhunath Stupa ***

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดกับภาพๆนี้ ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินทางสู่ อันนาปุรณะ ไว้ว่าดวงใจพุทธปฏิมาประธาน รวมไปถึง๒ดวงใจอันประกอบไปด้วย ดวงใจพระบิดามหาศิวะเทพ ดวงใจพระมารดา๑เดียวในดวงใจ ผู้ที่จะอธิฐานจิตได้มากมงคลที่สุดนั้นหาใช่อิฉัน เพราะฟ้ารู้ ดินรู้ถึงจิตใจเราผู้รังสรรค์สร้างในสิ่งมากมงคลไว้บนปฐวีสยามว่าใจเรานั้นรังสรรค์สร้างขึ้นด้วยใจบริสุทธิ์หาได้เคลือบแฝงการพาณิชย์ในพุทธลักษณ์แลเทวลักษณ์มาแปรเปลี่ยนเป็นทรัพย์ค้าหาผลกำไรไม่ ดังนั้นจิตเจ้าหาได้ยาตราพลังแห่งสถานในอันนาปุรณะได้ด้วยจิตตน ไม่ บุคคลที่จะอธิฐานจิตบอกกล่าวเชิญพลังพุทธสถาน พลังแห่งเทวสถานในอันนาปุรณะได้นั้นต้องเป็นบุคคลที่มีใจจริงต่อการรังสรรค์สร้างร่วมเคียงในวิถี จริงในที่นี้ประกอบด้วย จิตในกายา  ใจในจิตรา กายาในมายา วาจาในศรัทธา สัจจาในปราณกำเนิดเกิดขึ้นด้วยจิตผู้สร้างเช่นเจ้า ๕สิ่งในคนๆนึงนั้นหาใช่จะหากันได้ง่ายในความเป็นคน คนเรานั้นรู้หน้าหารู้ใจต่อให้กาลเวลาผ่านเลยไปนานแสนนานนับสิบปีผ่านก็ยากจะเข้าถึงนั้นคือ ใจคน …

พึงนำพาดวงใจของพุทธฏิมาประธานรวมไปถึงดวงใจของเราทั้ง๒ส่งมอบให้กับ๒มือของผู้ศรัทธาแท้จริงในเรือนชานมายาเทวี เขาผู้นั้นที่เจ้าเลือกไม่ใช่ไกลอื่น ใกล้ตัวใกล้ใจมากด้วยใจพร้อม๙เดินเคียงในวิถีที่เจ้านำพาให้กระทำ เขาผู้นั้นจะเป็นผู้กล่าววาจาด้วยสัจจาธิฐานโดยไม่ต้องบอก คำกล่าวต่อเทวาอารักษ์ในสถานให้รับรู้ด้วยจิตเขาผู้นั้นถึงจุดมุ่งหมายในการอัญเชิญพลังแห่งจักรวาลยาตราสถิตณ.ดวงใจทั้ง๓ให้แล้วเสร็จพร้อมยาตรากลับสู่ มหามายา ภูมายาเทวีสถาน เจ้าจะรู้ได้ด้วย๒ตาเห็น เจ้าจะสัมผัสได้ถึงจิตแห่งพระผู้นุ่งลมห่มฟ้าเป็นอาภรณ์ได้นั้นในวันที่เจ้านำ ๓ดวงใจกลับสู่มายาเทวีสถานขึ้นถวายเบื้องบาทพระโภเลนาถ บนศิวาลัยไกรลาศ พร้อมยาตราดวงใจพุทธปฏิมาประธานไว้เบื้องพระพัตถ์ซ้ายขององค์พุทธปฏิมาประธานในวันเพ็ญขึ้น๑๕ ค่ำเดือน๔ เสียงระกาในพงไพรสดับขับขานรับดวงใจพุทธปฏิมาประธานในกาลราตรีเพ็ญ๑๕ค่ำ ทุกสิ่งจะผ่านสายตาเจ้าในกาลนั้นเจ้าจะสัมผัสได้ในทุกสิ่งด้วยธรรมชาติร่วมขับขาน เสียงฟ้าแลสายน้ำที่พรั่งพรูนอกฤดูกาล คือหมายมงคลฟ้ารับ ดินรู้ในความสำเร็จที่เขากระทำด้วยบรรทัดฐานแห่งจิตใจอันบริสุทธิ์เคียง มหามายา ภูมายาเทวีสถาน มากมงคลตราบนิรันดร์  … เพลิงในมายา   

 

ปล. ทุกวลีคำในข้างต้นที่นำเสนอให้ได้ชมภาพพร้อมวลีคำเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แวะเวียนเข้ามาอ่านผ่านสายตาจะด้วยทางใดก็ทางหนึ่งพึงใช้วิจารณญาณส่วนตนในการเข้าชมทุกครั้ง หากทางคุณคือทางต่าง ต่างที่เรานั้นก้าวเดินคนละทิศทางกับศรัทธาในมหามายาแห่งศักติมายา มารยาทง่ายๆที่พึงรู้และพึงกระทำนั้นก็คือกรุณาอย่าแวะเวียนกลับมาอ่านในวลีคำนำพาวิถีแห่งศรัทธาเคียงดินที่อิฉันเลือกกระทำ เล่าความผ่านUmakali.com ณ.ที่นี้อีกนะเจ้าค่ะ … เพลิงในมายา

Only registered users can comment.

  1. ทุกตัวอักษรที่บรรจงอ่าน ทุกความเข้าใจที่ผ่านในจิต สื่อถึงจิต สาธุ สาธุ สาธุ ขอบคุณความปิติที่บังเกิดขึ้นจากความบริสุทธิ์ที่รังสรรค์สร้างบนแผ่นดินสยามครับ “ปิติพุทธบริสุทธิ์”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น