Umakali

เบื้องบาทชนนี

ธันวาคม 8, 2018

เบื้องบาทพระมารดาชนนี หลายคนถามหลายคนเกิดความสงสัยกับเบื้องบาทพระมารดาชนนียาตรา คำว่าเบื้องบาทพระมารดาในที่นี้หมายถึง การยาตราของพระมารดาชนนีอวยชัยแด่เหล่าสาวกผู้ศรัทธาในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ผู้ที่เริ่ม๙เท้าเข้าสู่เส้นทางแห่งศรัทธามักจะหลงกับมายาด้วยความไม่รู้เป็นพาหะนำพาให้เกิดความอยากรู้  อยากบูชาให้ถูกต้อง เมื่อบังเกิด๒วลีคำนี้ขึ้นในจิตสิ่งที่อยากรู้ว่าถูก จึงร้ายกลายกลับเป็นถูกหลอกให้บังเกิดความงมงายเข้ามาแทนที่บาทวิถีแห่งศรัทธา ด้วยศรัทธาที่ตนมีแต่เริ่มต้นนั้นคือพลังแห่งศรัทธาที่มากด้วยความบริสุทธิ์ แต่ช้าแต่ไม่ต้องแห่แหนตามวิถีใครมาร่วมทางเป็นดีที่สุดเพราะศรัทธาไม่มีคำว่าผิดบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอนถ้าเราผู้ศรัทธากระทำในสิ่งที่ตนศรัทธานั้นให้ถูกกาลเทศะที่ตนพึงกระทำ เริ่มต้นดีมักจะพังพินาศสิ้นก็ต่อเมื่อใจอยากรู้ รู้หลักแต่ไม่รู้เรียนการปฏิบัติตนบนวิถีแห่งศรัทธาให้ถูกทาง เพ้อวลีคำจากลมปากจากบุคคลรอบข้าง คนมีองค์ พึงระวัง …

 

*** บาทวิถีแห่งมายาศรัทธา ***

บาทวิถีแห่งพระชนนีนั้นคือ๑บาทวิถีแห่งความเรียบง่ายที่ได้ใจความ คือสุขสำราญ ความสุขที่แฝงไว้ด้วยความสำราญในจิตคือ๑กุศโลบายในรูปของนามธรรมนำส่งให้กระทำ ฟ้าเรือนชานมายาเทวีกล่าวไว้ว่ากาลไม่มีใช้ในจักรวาล แต่กาลเวลามีไว้บังคับใช้กับมนุษยภูมิเท่านั้น จักรวาลต่างหมุนเวียนเปลี่ยนไปด้วยระบบแห่งการโคจรรอบตัวพร้อมหมุนไปรอบดวงสุริยะนั้นคือจักรวาล สุริยะกำหนดให้เกิดความเจริญงอกงามด้วยพลังแสง จันทรกำหนดให้เกิดแรงโน้มถ่วงด้วยขึ้นและลง เมื่อพลังแห่งความสมดุลกำเนิดเกิดขึ้นในจักวาลด้วยวิถีแห่งธรรมชาติกำหนดสร้างขึ้นด้วยตัวของมันเอง มนุษย์คือผู้ทำลายล้างให้ดับสิ้นไปที่ละอย่างด้วยพลังงานทางความคิดจากสมองคิดวิเคราะห์ทดลองเสมือนกุญไขสู่ความล้มสลายของพลังงานในธรรมชาติที่นำมาแปรรูปใช้ในทางที่ผิดนั้นคือ ใจ ใจมนุษย์สุดหยั่งลึกกว่ามหาสมุทรสุดแล้วคือใจคน หากใจที่บริสุทธิ์อยากรู้ เมื่อรู้ไม่ท่องแท้ก็อยากเป็น เป็นในสิ่งที่เกินกว่าความน่าจะเป็นได้เพียง๑พลังงานมนุษย์นั้นคือ ใจ ใจกำหนดได้ทุกสิ่งหากบังคับใจ กำหนดใจ และเปิดใจ ทำใจไม่ได้ทุกสิ่งที่อยู่ในใจตนนั้นก็พังพินาศสิ้นด้วยใจตน …

 

หลายต่อหลายคนที่ถามทำอย่างไรให้สำเร็จในวิถีแห่งศรัทธา แต่คิดเช่นนั้นก็ตกม้าตายตั้งแต่เริ่มต้นยังมิได้ขึ้นควบอาชาออกสู่สนามชีวิต เพราะบาทวิถีแห่งมายาว่าด้วยศรัทธานั้นไม่มีสิ่งใดที่กำหนดบังคับใช้ต่อพระนามแห่งเทพเทวดาทั้งสิ้น จะมีบังคับใช้กันก็ด้วยน้ำคำในใจคนด้วยกันเองทั้งสิ้นที่บังคับใช้ตั้งกฎเกณฑ์เชิงข้อบังคับว่าต้องนั่นต้องนี้เพื่อให้เกิดระเบียบแบบแผนให้บาทวิถีแห่งศรัทธาอยู่รวมกันได้ด้วยดี แต่มวลมนุษย์ต่างมักใหญ่หวังใฝ่สูงได้คืบหวังศอกความคงวาว่าไว้ด้วยความจริงเลยห่างหายไปจากศรัทธาในบาทวิถีแห่งพระมารดาชนนี ถ้ามนุษย์พึงพอกับคำว่าตน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อิฉันเชื่อว่าทุกสิ่งบนบาทวิถีชีวิตก็จะสงบสุขได้ด้วยตัวของมันเอง ดั่งเช่นกาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล กาลที่เปลี่ยนไปด้วยสายลมพัดผ่านให้บังเกิดลมร้อนและลมหนาว ถ้าใจคนเรารู้จักพอประมาณในสิ่งที่ตนมีและเข้าให้ถึงกับแก่นแท้ของจิตใจตนก็จะไม่เกิดความงมงายเข้าแทรกในขดหยักของสมอง ตน …

 

*** ยกบาทเพื่อจังหวะของชีวิตที่๙เดิน ***

แต่ด้วยตนไม่รู้จักพอจึงแสวงหาในสิ่งที่ตนคิดเพ้อฝันให้กลายเป็นความจริงนั้นคือความมโนในจิตตนนั่นเอง ทุกคนสามารถสร้างความมโนในจิตให้เป็นจริงได้หากเข้าถึงความเป็นตน แต่ใครเล่าจะยอมรับในสิ่งที่ตนเกิด และไม่มีใครหน้าไหนบนโลกใบนี้ที่จะยอมรับในสิ่งที่ตนขาดด้วยความขลาดขึ้นบังตา ตาคือหน้าต่างของหัวใจแต่เมื่อบังตาตนด้วยความหวังในมายาด้วยศรัทธาที่ตนมีเพียงเท่านี้บาทวิถีแห่งสัจธรรมความเป็นจริงก็ถูกปิดตายด้วยความคิดตนครอบงำใจตนเอง บาทวิถีแห่งพระมารดาชนนีคือบาทวิถีที่ให้เราผู้ศรัทธารู้ผิดด้วยรู้ชอบ เมื่อชอบรู้ต้องยอมรับว่าสิ่งที่รู้มานั้นเมื่อรู้๑ อยากรู้๒ เมื่อรู้หน่วยก้อยากรู้สิบ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นเมื่อตาไม่เห็นจริงนั้นก้อย่าได้กล่าวคำใดขึ้นสอนคน เพราะสิ่งที่ไม่รู้คือเรามิได้กระทำถ้าเรากระทำให้เป็นนิสัย สติจะบังเกิดด้วยปัญญา ปัญญาจะแตกฉานด้วยสิ่งที่กระทำจนเป็นนิสัย นิสัยคือกิเลสในตนที่มีอยู่ทุกผู้นามในมนุษยภูมิ โลกแห่งกิเลสเปลี่ยนไปตามยุคสมัยแต่โลกแห่งความจริงนั้นไม่เคยแปรเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น พลังแสงสาดส่องสว่างจากดวงอาทิตย์หมายถึงเช้ารุ่งขึ้นวันใหม่ทุกหน้าที่ต่างลืมตาตื่นขึ้นกระทำตนในแต่ละวิถีที่ตนกระทำ เมื่อกาลเปลี่ยนด้วยเพลาสิ้นแสงแห่งดวงอาทิตย์สาดส่องสว่างด้วยแสงแห่งจันทราฉายต่างรู้ว่ากาลราตรีมาเยือนมนุษยภูมิ ต่างวางมือเตรียมพักกายาหลับตานอนคือบาทวิถีในกิจวัตรความเป็นคน คนทุกคนต่างลืมตาตื่นพร้อมหลับตานอนด้วยกันทั้งสิ้นแม้สรรพสัตว์รวมไปถึงพืชและสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ต่างประกอบ๒สิ่งนี้ขึ้นด้วยสายพันธุ์แห่งตน …

 

เกิดเป็นคนพึงรู้ว่าสิ่งใดพึงเรียนสิ่งใดพึงรู้และสิ่งใดพึงเป็น การกระทำของคนเรานั้นเลือกที่จะหยุดและเริ่มกระทำได้หากเรานั้นเปิดใจกว้างเริ่มต้นยอมรับในสิ่งที่เราเป็นให้แตกฉาน ตรงกันข้างมนุษย์ชอบสร้างความร้าวฉานให้แก่กันนั้นคือสันดานความเป็นคนคนบางคนคนบางจำพวกขาดในความเคารพนับถือจากผู้คนรอบข้างก็จะหยิบยกนามแห่งเทพเทวดาขึ้นบังหน้าครองร่างตนในคราบพระมารดาชนนีให้คนกราบให้คนไหว้ให้คนบูชาตนในคราบเทวดา ถ้าเราผู้ศรัทธาแสวงหาเพื่อศึกษากับเทวดาพูดได้ แต่ไม่ย้อนมองไฉนเลยเทพเทวดาถึงได้ยาตราเบื้องบาท๙เดินดิน ใครคิดอย่างไรอิฉันไม่รู้และไม่เคยอยากรู้ด้วยว่าเพราะอะไรถึงอยากเป็นบาทวิถีแห่งเทวดา พึงตระหนักย้อนคิดให้มากกับบาทวิถีแห่งมายาที่เรานั้นจะเลือกเดิน เดินตามใครต้องวิเคราะห์และพิจารณาในสิ่งที่แบบอย่างกระทำว่าสมควรและไม่สมควรอย่างไร บาทวิถีแห่งเทพเทวดาเราต่างรู้ว่าคือทิพยภูมิหาได้ต้องมีทรัพย์ไฉนเลยคนที่อิงนามแห่งบาทวิถีเทพเทวดาจึงต้องเรียกทรัพย์จากผู้ศรัทธาว่าด้วย ทรัพย์ กำนัลครู ทั้งๆที่คนเหล่านี้หาได้เคารพนพบูชาครูหรือก็ไม่ ถ้าเป็นคนรักษ์ด้วยวิถีครูต้องเข้าถึงคำว่าบาทวิถีครูอย่างท่องแท้ *** ครู คือผู้กำเนิดเกิดมาเพื่อให้ *** ครูคือผู้สอน ครูคือผู้อบรมบ่มนิสัย ตรงกันข้ามคนลักครูจำพวกยกตนขึ้นเป็นครูคนหาได้ให้ในสิ่งใดเลยแม้แต่ให้ใจต่อผู้ที่เคารพศรัทธาในตน อยากได้ อยากมี เรียกร้องรีดไถให้ได้มาซึ่งทรัพย์กับความยกย่องขึ้นเป็นครูคน น่าสสมเพชกับผู้คนที่หลงผิดเฝ้าหมอบกราบอยากรู้ความในวิถีปฏิบัติศรัทธากับคนลักครูจำพวกนี้นะเจ้าค่ะ …

 

*** ความดีที่กระทำนำส่งให้เป็นเกราะกำบังตนนั้น คือ บารมีทาน ***

โบราณกล่าวมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท บาทวิถีก็พึงบรรจบให้ครบซึ่งความสำเร็จในทุกๆด้านของความเป็นตน อย่างน้อยไม่รู้ก็ไม่ผิด จะผิดก็แต่อยากที่จะรู้เพื่อที่จะ๙ขึ้นเป็น๑ในบาทวิถีแห่งชนลักพระมารดาชนนี  ไม่มีสิ่งใดในบาทวิถีแห่งศรัทธาต้องซื้อหามาด้วยบารมี บารมีพึงสร้างด้วยสิ่งที่ตนกระทำบนบรรทัดฐานความเป็นตนในกิจวัตรประจำวันให้แตกฉาน  ความไม่ราวฉานจะไม่บังเกิดถ้าไม่สู่รู้และไม่สอดรู้ในวิถีทางที่ตนมิได้กระทำ ศรัทธาคือเส้นบางๆที่กำเนิดเกิดขึ้นในใจคน จะมีสักกี่คนที่พอเหมาะพอควรกับเส้นบางๆที่เรียกว่า พลังแห่งศรัทธาในบาทวิถีแห่งพระมารดาชนนี คิดดีพึงทำดี ดีที่กระทำจะนำส่งให้เราพบเจอแต่วิถีทางที่ดี ความดีที่กระทำจะนำส่งให้พบเจอแต่คนดีพร้อม๙เดินร่วมเคียงกันในบาทวิถีแห่งมายาด้วยศรัทธานำพา แต่อย่านำพาสิ่งใดที่ไม่รู้แท้และไม่รู้จริงขึ้นสอนใครหากสิ่งนั้นตนยังมิเคยได้กระทำให้เป็นนิสัยจะเรียกว่าทางปฏิบัติได้อย่างไร เล่า  สิ่งที่กระทำต้องมีเหตุแต่ไม่หวังผลเพราะเส้นทางแห่งบาทวิถีมายาแห่งศรัทธานั้นคือความสงบที่บังเกิดสติเพียรปัญญา คิดวิเคราะห์ได้ด้วยสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าให้เป็นจริง จริงด้วยเหตุและผลแห่งความจริงจะบังเกิดด้วยความสำเร็จนั้นคือเกราะกำบังตนให้เจริญด้วยวิถีแห่งตน …

ปล. ขอบคุณภาพประกอบบทความบาทวิถีพระมารดาชนนีมาณ.ที่นี้ด้วยนะเจ้าค่ะ … เพลิงในมายา

           

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น