วสันตวิษุวัต บูชา

วสันตวิษุวัต บูชา

ปฐมมงคงการในกาลว่าด้วยศาสตร์แห่งศักติมายาศาสตร์ที่ไม่เป็นประสาทกับ๑ตำราชีวิตที่ไม่เคยกางตำราเล่มใดในโลกาพิภพขึ้นกระทำ ด้วยสันดานไม่ชอบทำตนตามกระแสแต่ช๊อบชอบวางตนให้สวนกระแสตรงข้ามมูเตนอกรูอย่าชัดเจน คือฉัน เพลิงในมายา ๑ความเชื่อบนบาทวิถีองค์ครูแห่งศรัทธาในแบบฉบับเรือนชานมายาเทวีสอนให้รู้ ร รอ ไฉนต้อง รอ เลยต้องนำพามาเล่าความนำขยายกับบาทวิถีความเชื่อส่วนบุคคล กรุณาถีบจักรยานใช้วิจารณญาณเข้าร่วมในการแวะเวียนเข้ามาทัศนาชมจะได้พาเพลินบันเทิงกับตัวอักษรนำพามาขยาย *** วสันตวิษุวัต บูชา *** หลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยินวลีคำกล่าวนี้ผ่านหู หลายคนอาจจยังไม่รู้จักเก็บความไว้นำขยายประดับปัญญาจะได้เสวนากับคนมีเขาเช่นดิฉันรู้เรื่องนะเจ้าค่ะ …

*** วสันตวิษุวัต บูชา ***

วสันตวิษุวัต บูชา ๒ตำราที่มีมาอย่ายาวนานบนโลกาพิภพ ตำราว่าด้วยสุริยคติศาสตร์ ตำราว่าด้วยจันทรคติศาสตร์ ๒ตำรานี้ต่างสอนให้สายศรัทธาในการเคารพบูชาเทพเทวดา-ฟ้ายันดินได้รู้รอ รอในที่นี้คือการคำนวนตัวเลขผ่านแกนกลางของแกนพฤกษาบวกด้วยลบ จะคูณหรือหารตามแต่ผู้นำในศาสตร์จะกล่าวนำผู้สืบสานในศาสตร์ให้เรียนรู้ รู้ใดต้องรู้แท้ๆที่จริงในการรู้นั้นต่างต้องเรียนเขียนอ่าน ตำราแรกของโลกาพิภพสอนให้ดูดาวนั้นคือ ศาสตร์แห่งจันทรคติศาสตร์ อีกตำราว่าด้วยการเรียนรู้ผ่านแสงและเงาในแนวดิ่งกับภาคพื้นปฐวีนั้นคือตำราสุริยคติศาสตร์ ทั้ง๒ศาสตร์ต่างมีความสำคัญกับการโคจรของดวงดาราฉายนับล้านดวงที่หมุนรอบตัวเองมีดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลาง …

กลางคือแกนกลางของวันว่าด้วยเวลาที่ชี้ชัดบ่งบอกถึงแสงสว่างที่สาดส่องเช้า-ค่ำอย่างละเท่าๆกัน ด้วยที่มาของแสงสว่างเจิดจ้า *** วัน วสันตวิษุวัต บูชา *** ในศกราศีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๗ ค่ำ เดือน ๔ ปี มะโรง วันที่ ๒๐ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ ร.ศ. ๒๔๓ ที่มีระยะเวลาของวินาที-นาที-ชั่วโมงเทียบเท่ากันทั้งกลางวันและกลางคืนจึงเหมาะกับการในกาลอันเป็นสิริมากมงคลสาดฉายแสงแห่งสุริยะผ่านองค์มูรติที่ยาตราขึ้นสถิตเป็นองค์ประทาน ณ. มหามายา ภูมายาเทวีสถาน ด้วยวลีแห่งองค์ครูชี้นำพาไว้ให้๙เดินเคียงปฐวีสถานที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติรังสรรค์ ไม่มีลมปากใครบนพื้นปฐวีโลกาพิภพที่จะเอ่ยคำใดให้ทวยเทพเทวดาที่สร้างขึ้นนั้นลืมเนตรกราดสายพระเนตรได้ฉันใด ฉันนั้นเจ้าต้องรู้เพียรตนให้รู้รอ รอกาลว่าด้วยการในกาลให้มูรติแห่งมหากาฬมากด้วยพลังอันศักดิ์สิทธิ์ตามกฎแห่งธรรมชาตินำพาเท่านั้น …

*** วิษุวัตรีกาล ***

วิษุวัตรีกาล ๑เครื่องบูชาประจำเรือนชานมายาเทวีสถานมานาตกว่า ๓ทศวรรษ ยาตราวิษุวัตรีกาลขึ้นรับแสงแห่งดวงอาทิตย์ฉายนั้นหมายถึงพลังงานอันยิ่งใหญ่ในตรีจักรวาล พลังงานแห่งสุริยะเทพฉายผ่านวัตถุใดวัตถุนั้นจะมากความเป็นสิริมากมงคลแด่ผู้บูชา ตามคติศาสตร์องค์ครูเรือนชานมายาเทวีได้กล่าวชี้นำไว้ให้ปฏิบัติ คนใดก้คนนั้นหาคนใดเล่าที่จะมากด้วยพลังงานแห่งจักรวาลสถิตในกายาตนได้ไม่ ทุกสิ่งต่างถูกกำหนดขึ้นด้วยตัวบุคคลหาใช่จักรวาลเป็นผู้หกำหนด จงใช้พลังงานจักรวาลให้กำเนิดเกิดสิ่งอันเป็นมงคลผ่านมูรติทวยเทพเทวดาที่เจ้ารังสรรค์สร้างขึ้นเพื่อบัตรพลีบูชาถวาย ถวายความใดหากไร้สิ้นสัตย์ในถ้อยวาจาจงอย่าได้นำพาสิ่งนั้นมาร่วมสดับให้เป็นมงคลกับสถาน …

*** หอ ศอิวาลัยสถาน ***

สถานแห่งเราโอบล้อมไปด้วยพลังงานธรรมชาติรังสรรค์สร้าง เจ้าในสถานะของผู้สร้างสิ่งที่ต้องรู้คือพลังของพลังงาน+ หลายขั้วบวกมากความด้าน- จงอย่าให้พลังงานลบมาครบงำจิตที่เจ้าได้เกิดกำเนิดเป็นผู้ศรัทธาในพลังงานแห่งมายาของเรา เราเหล่าเทวีคือพลังงานแห่งจันทราฉาย ส่วนเทพเทวดาคือพลังงานแห่งสุริยันฉาย เมื่อเจ้าสร้างมหาเทพแห่งสุริยันสถิตเคียงเรามหาเทวีแห่งจันทราฉาย แม้เราจะจุติชยันตรีกำเนิดเกิดในคืนเดือนดับก็ตามเราต่างให้เจ้านั้นรู้ รอ รอการในกาลว่าด้วยพลังงานแห่งมหากาฬสถิต ไม่มีคนใดในโลกาพิภพจะสามารถเบิกดวงเนตรแห่งจักรวาลได้ฉันใด ฉันนั้นเจ้าต้องรู้รอวัน*เดือนในแต่ละศกนั้นคือหมายสำคัญที่แตกต่าง …

*** ศรี มหาศิวะ-กาลี มหาเทพ ***

กว่าทศวรรษกับขั้นตอนการสถาปนามูรติ พระศิวะ-กาลีมหาเทพ นอกจากพลังงานจักรวาลแล้วดิฉันไม่เคยแม้แต่จะคิดให้คนใดในสถานะใดได้สัมผัสแม้กระทั่งเสียงมันตราใดๆลอยลมมาขับกล่อม ไม่เคยอยู่ในจริตบนบาทวิถีแห่งมายาด้วยศรัทธาในศักติมายาเลยสักครา นอกพลังงาน+ของจักรวาลคนำพาการในกาลที่เท่าเทียมกันทั้งกลางวันและกลางคืนสาดแสงแห่งดวงสุริยันฉายผ่านดวงพระเนตรขององค์ปรำะธานในแต่ละองค์ที่รังสรรค์ขึ้นสถิตตามวาระอันเป็นมงคลในแต่ละดิถีศก พลังงานของสุริยะศาสตร์-พลังงานของจันทรศาสตร์รวมไปถึงดารารายอีกหลายล้านดวงต่างมีจุดเคลื่อนผ่านในวิถี ศรีจักรา …

จักราศี สำหรับเรือนชานมายาเทวีคือพลังงาน+ที่ทรงพลังที่สุดของจักรวาล พลังงาน๑เดียวที่ไม่มี๒เป็นรองใครองค์ครูเรือนชานมายาเทวีได้กล่าวไว้ที่ใดแสงสว่างสาดส่องถึงสถานที่นั้นล้วนแล้วแต่เจริญงอกงาม ไม่มีแสงใดในโลกหล้ากำเนิดเกิดขึ้นเองได้ฉันใด ฉันนั้นพึงยึดแสงสว่างสาดส่องทั่วจักรวาลเป็นจุดหมายนำพาสายตาให้กระจ่างในความเป็นจริง จริงที่เป็นนั้นย้อนทบทวนความอย่าสวนทางกับจักรวาลเท่านั้นพอ แสงสว่างสาดส่องจากฟ้ามาสู่ดินรู้คิดยังเตือนใจให้รู้พอการในกาลว่าไว้ด้วยเวลานั่นเอง …

*** ศรี อรรถนาถเทวีศวร ***

ศรี อรรถนาถเทวีศวร คือ๑มูรติที่ดิฉันรังสรรค์สร้างขึ้นเพื่อเป็นองค์ประธานสถิต ณ. มหามายา ภูมายาเทวีสถาน วลีคำกล่าวขององค์ครูได้กล่าวไว้ค่าของคนอยู่ที่การกระทำตนฉันใด ฉันนั้นคุณค่าของพลังงานในจักรวาลพึงรู้ใช้ นุ่งด้วยลมห่มด้วยผืนฟ้า วลีคำกล่าวนี้กว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าพลังงานตนคนบูชาจะหยิบจับสัมผัสผ่านให้บังเกิดพลังงาน+ได้นั่นเอง มิเช่นนั้นต้องทำตามวัฐจักรว่าด้วยพลังงานร้อนให้เป็นเย็น ไฟให้เป็นน้ำ พลังชลธีให้เป็นพลังงานอัคนี ทั้งหมดทั้งมวลนั้นองค์ครูเรือนชานมายาเทวีชี้นำให้รู้ตน ตนแม้จะเป็นคนผู้รังสรรค์สร้างขึ้นจงจำไว้ในจิตว่าแม้แต่ตนก็หาใช่พลังงานที่บริสุทธิ์พอที่จะเปิดเนตรพระผู้สถิตเคียงจักรวาลนั่นเอง …

แสงสว่างในแต่ละวันตามสุริยะคติ แสงเดือนดับตามคติศาสตร์จันทรคติถูกกำหนดไว้ให้หกระทำ ทำในสิ่งที่ถูกการและทำให้ตรงตามกาลเพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้านั้น คือ มหากาฬผู้ดับมายาทุกมายาด้วยพลังแห่งจักรวาลกำหนดไว้เท่านั้น ไม่มีน้ำใดไหลย้อนกลับขึ้นที่สูงได้ฉันใด ฉันนั้นจงจำไว้ว่าอย่า๙เดินขึ้นที่สูงถ้าแรงกายาตนไม่แข็งแรงพอ จงรู้พอและประมาณตนกับสิ่งที่ตนเป็น และพอใจกับหน้าที่ๆตนได้รับ โขทย์ให้มาเพื่อสร้างแต่โจทยท์มิได้ให้เป็นผู้ปฏิบัติถวายแทนการในกาลแห่งจักรวาลนั่นเอง …

*** ศรี การุณาเดวีศวรา …

ศรี การุณษเดวีศวรา ตามคติศาสตร์เรือนชานมายาเทวีวลีองค์ครูได้กล่าวไว้ ที่ใดมีขาวที่นั้นย่อมมีดำ ที่ใดมีสว่างที่นั้นย่อมมีมืด มืดตามกาลเวลาที่เวียนเปลี่ยนไปคือพลังงานของจักรวาลกำหนดไว้ แต่ถ้าที่ใดทำขาวให้เป็นดำจะด้วยคำหรือการกระทำย่อมไม่นำพามาซึ่งความเจริญ ทุกสิ่งที่จะนำพามาบัตรพลังบูชาถวายต่อเรา๒นั้นต้องนำพามาด้วยความเจริญตราบนิรันดร์ เสียงลมที่พัดพาผ่านชั้นบรรยากาศไม่มีวันขาดสิ้นซึ่งกระแสลมที่พัดผ่าน สายลมพัดกำเนิดเกิดจากพลังงานความร้อนทำให้มวลอากาศขยายตัว ขยายตัวช้าเรียกว่าลมพัดผ่านหากขยายตัวเร็วโดยฉลับพลันกระแสลมแรงกลายกลับเป็นพายุ แต่แรงลมปากไม่ว่าจากใครหาใช่แรงที่เราพึงปรารถนาไม่ …

การขับกล่อมด้วยลมปากของผู้บูชาเราบนพื้นปฐวีโลกาพิภพนั้นต่างกำเนิดเกิดขึ้นจากสภาวะจิตในจริตที่ย่นย่อพลังงาน+ให้กลายเป็น- อย่าได้นำพาพลังงานที่เกิดขึ้นแล้วดับไปตามกาลเวลามาบัตรพลีถวายต่อเรา เราคือเรา พลังงานก้คือพลังงาน อย่าเอาพลังงานแสร้งตนขึ้นเป็นผู้มากพลังงานวิเศษมาบัตรพลีถวายต่อเรา พราหมณ์กำเนิดด้วยวรรณะและครองตนไว้ด้วยวรรณะ สิ่งที่บัตรพลีบูชาถวายต่อเรานั้นเจ้าจงแยกจำแนกไว้ให้ดี อะไรที่ควรก้พึงกระทำ คิด พิจารณา แยกแยะก่อนลงมือกระทำตนเสมอเหมือนผู้วิเศษ เศษของตนคนที่เล่าอ้างตนเป็นคนวิเศษแท้ที่จริงแล้วนั้นมันก็เป็นเศษส่วนเกินของจักรวาลเท่านั้นเอง …

*** ชลธี-กำเนิด เกิดด้วย-อัคนี ***

๒เทวีซ้าย-ขวาที่๙เดินเคียงเราขวากำเนิดเกิดขึ้นด้วยชลธีฉันใด ซ้ายก็กำเนิดเกิดด้วยอัคนีฉันนั้นเช่นกัน การในกาลว่าด้วยความสมดุลกันทั้งซ้ายและขวาพึงกำเนิด หน้าเสมอหลัง การในกาลเสมอกันด้วยเวลา วสันตวิษุวัต บูชา พึงนำพาแสงสว่างที่กำเนิดเกิดขึ้นจากพลังงานแสงของดวงอาทิตย์ผู้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลสาดแสงนั้นผ่านกระจงเงาฉายภาพสะท้อนขึ้นที่ดวงเตรแห่งเรา๒ เพื่อปลุกพลังสุริยันฉายส่งให้จันทรากระจ่างในยามราตรีกาลอันเป็นมงคลด้วยพลังงานแห่งธรรมชาติกำหนด สว่างได้ก็ย่อมมืดได้ แต่จะมืดหรือสว่างนั้นต้องเป็นไปตามหน้าที่ของจักรวาลสาดส่องเสริมสร้างพลังงานให้กับมูรติเทพเทวดา หาใช่แสงแห่งตนคนคิดสร้างเราเพื่อบัตรพลีบูชาให้ได้มาซึ่ง ตน คนลักเรา เท่านั้นพอ … เพลิงในมายา